แต่ความไม่ไว้วางใจของโฮเมิร์นไม่ได้หยุดอยู่แค่กิสเลนเท่านั้น…
“ก่อนที่อัลเบิร์ตกับแรนดอล์ฟจะยื่นมือเข้าไปจัดการเงินก้อนนั้น ข้าต้องรีบคว้ามันมาให้ได้มากที่สุด”
โฮเมิร์นรู้ดีว่าสองคนนั้นคงพยายามเอาเงินไปใช้ตามที่พวกเขาคิดว่าสำคัญ
ก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะคิดผิดเสียทีเดียว เรื่องที่พวกเขากังวลล้วนมีน้ำหนัก
แต่ต่างจากพวกนั้นที่คิดถึงแค่หน้าที่ในความรับผิดชอบของตัวเอง โฮเมิร์นต้องมองภาพรวมของทั้งดินแดน
งานที่ต้องจัดการมีนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการสำรองเสบียง ซ่อมแซมกำแพง ปรับปรุงกองกำลัง ทยอยจ่ายค่าจ้างที่ค้างไว้ วางแผนบรรเทาทุกข์แก่ชาวบ้าน คืนหนี้ให้พ่อค้า จัดหาม้าศึกและอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงการบำรุงรักษาป้อมปราการ
ทุกมุมของดินแดนต้องการเงิน และต้องการมันอย่างเร่งด่วน
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการทุกอย่างพร้อมกัน โฮเมิร์นจึงต้องเลือกทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน
นี่เองที่ทำให้เขาเชื่อว่า ตัวเขาเหมาะสมที่สุดที่จะบริหารเงินก้อนนี้
“เฮ้อ ถ้าล้มเป้าหมายโดยตรงไม่ได้ ก็เริ่มจากบ่อนทำลายคนรอบข้างก่อน นี่เป็นกลยุทธ์พื้นฐาน”
แทนที่จะเดินหน้าไปหากิสเลนโดยตรง โฮเมิร์นเลือกจะเข้าหาเบลินดาแทน
เบลินดาเป็นคนที่ดูแลกิสเลนมาตั้งแต่ยังเด็ก แถมยังเคยทำหน้าที่เป็นครูสอนเขา แม้นายน้อยจะขึ้นชื่อเรื่องความดื้อดึง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธเบลินดาได้ง่าย ๆ
โฮเมิร์นคิดในใจด้วยความพอใจในแผนของตัวเอง