“ฮึ่ม ฮึ่ม ท่านผู้บัญชาการอัศวินไม่ควรออกไปฝึกซ้อมหรือ? ทุกหยาดเหงื่อที่เสียในสนามฝึก คือหยดเลือดที่ประหยัดได้ในสนามรบ ท่านจำไม่ได้หรือไง?“
“แล้วท่านรู้อะไรเกี่ยวกับการฝึกบ้างล่ะ? กลับไปนับเงินของท่านเถอะ ท่านเหรัญญิก”แรนดอล์ฟโต้กลับทันที
“นับเงินงั้นหรือ? ก็คงนับได้ยาก เพราะตอนนี้ไม่มีเงินให้ข้านับหรอก”อัลเบิร์ตสวนกลับด้วยรอยยิ้มเย็นชา
แม้คำพูดจะฟังดูสุภาพ แต่สายตาของทั้งสองจับจ้องกันราวกับประกาศสงครามเงียบ ๆ
กิสเลนที่นั่งมองทั้งสองโต้เถียงกัน ถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่มีใครคิดถอย
ในที่สุด กิสเลนก็หันไปหาอัลเบิร์ตและถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“หรือท่านเองก็มาขอเงินบริจาคหรือกองทุนพัฒนาบางอย่างเหมือนกัน?”
อัลเบิร์ตกระแอมในลำคอเล็กน้อย ดูเหมือนจะรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
“เอ่อ ท่านช่างสังเกตการณ์ยิ่งนัก ข้าต้องยอมรับว่าท่านเป็นผู้เฉลียวฉลาด ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถนำรูนสโตนกลับมาได้ ท่านเหมาะสมจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตจริง ๆ”
คำเยินยอนั้นฟังดูจืดชืดไม่ต่างอะไรจากของแรนดอล์ฟ
กิสเลนยังคงนิ่งเฉย ปล่อยให้อัลเบิร์ตพูดต่อ
“ข้ารู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับการสนับสนุนเพื่อทดแทนกองทุนจากเรย์โฟลด์ แต่ตอนนี้เรามีเรื่องเร่งด่วน จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อจัดการหนี้สินที่ยังค้างอยู่”
กิสเลนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ท่านพูดถึงหนี้สินของดินแดนงั้นเหรอ?”