ป่ากลับเงียบสงัด ในช่วงเวลาหนึ่ง เสียงแมลงร้องก็หายไปเหลือเพียงความเงียบที่กดดัน
เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้าไปอีก ขนาดของต้นไม้ก็เปลี่ยนไป
ต้นไม้สูงใหญ่ที่มีใบหนาทึบปกคลุมท้องฟ้าจนมืดสนิท
มันมืดมิด
หากไม่มีแสงแดดส่องลอดผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างใบไม้ พวกเขาก็แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
เสียงถอนหายใจเบา ๆ หลุดจากปากของทหารรับจ้างคนหนึ่ง
“นี่สินะ…ที่เขาเรียกว่าป่าแห่งความมืด”
อีกชื่อหนึ่งของป่าอสูรคือ“ป่าแห่งความมืด”
สมกับชื่อของมัน ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยความมืดหนักอึ้ง
แม้ว่าจะเป็นเวลากลางวัน แต่หมอกหนาที่ปกคลุมพื้นป่ากลับไม่กระจายตัวไปไหน มันเพิ่มความน่าขนลุกให้กับสถานที่แห่งนี้
อากาศเย็นยะเยือกในป่าโอบล้อมกลุ่มนักเดินทาง ราวกับกระแสลมเย็นพัดผ่านร่างพวกเขา
“จุดตะเกียง” กิสเลนออกคำสั่ง
เหล่าทหารรับจ้างหลายคนจุดตะเกียงตามคำสั่งทันที
เมื่อพวกเขายกตะเกียงขึ้น บางคนเริ่มกระซิบกันเบา ๆ
“ทำไมเราต้องเอาตะเกียงมามากขนาดนี้?”
“แค่โชว์เหรอ? หรือบางทีเขาอาจคิดว่าคบเพลิงมันดูล้าหลังเกินไป”
แม้ตะเกียงจะใช้งานสะดวกกว่าคบเพลิง แต่มันกลับไม่ใช่ของราคาถูก
ทว่ากิสเลนได้เตรียมมันมาหลายร้อยดวง
นอกจากนี้ยังมีลังไม้หลายกล่องที่ไม่รู้ว่าภายในบรรจุอะไรวางซ้อนกันอยู่ใกล้ ๆ
ทหารรับจ้างที่ลากตะเกียงไปตามทางต่างพากันบ่นพึมพำในใจ ด่าทอนายน้อยว่าเป็นขุนนางที่ฟุ่มเฟือย