ดวงตาของเขาซึ่งเคยไร้ชีวิตชีวาลุกโชนด้วยประกายไฟเหมือนเปลวเพลิงที่เพิ่งถูกจุดขึ้น
เขากลับมาเป็นตัวตนเดิมอีกครั้ง
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของกิลเลียนทำให้ทุกคนในห้องตื่นตะลึง
อัศวินที่ติดตามกิสเลนต่างจับดาบของตนไว้แน่นด้วยความระแวดระวัง แม้แต่เบลินดาก็หยิบกริชในเสื้อคลุมของเธอออกมา พร้อมจ้องมองกิลเลียนอย่างไม่ไว้วางใจ
กิลเลียนไม่ได้ใส่ใจต่อความระแวดระวังนั้นเลย เขาก้าวตรงไปหากิสเลน แต่ถูกอัศวินสองคนยืนขวางทางไว้
“ถ้าคิดจะทำอะไร นายท่านของข้า เจ้าจะต้องผ่านพวกข้าไปก่อน!”
อัศวินคนหนึ่งพูดพร้อมดึงดาบออกมา
กิลเลียนหยุดเดินกลางคัน เขายืนตรง ล็อกสายตากับกิสเลน
เขาสูงกว่ากิสเลนถึงสองช่วงมือ และท่าทีของเขาแสดงถึงพลังอำนาจที่ยากจะมองข้าม
ด้วยน้ำเสียงลึกและหนักแน่น กิลเลียนถามขึ้น
“นอกจากคนที่อยู่ในห้องนี้แล้ว มีใครอีกหรือไม่ที่จะมาพบเรา หรือมีใครที่ท่านรออยู่?”
คำถามทำให้เบลินดาขมวดคิ้วแน่น สถานการณ์นี้ดูน่าสงสัยอย่างยิ่ง เธอขยับกริชในมือให้พร้อมใช้งาน
กิสเลนเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ไม่มีหรอก มีเพียงพวกเราเท่านั้น และไม่มีใครอีกที่ข้ารอพบ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กิลเลียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง
“แล้วท่าน… มีคนที่มีความแค้นต่อท่านหรือไม่? ท่านคิดว่าอาจมีใครที่กำลังสะกดรอยตามท่านอยู่หรือเปล่า?”
คำถามทำให้กิสเลนหลุดหัวเราะเบา ๆ