“เจ้า…”
อัศวินกัดฟันกรอด ก้าวออกไปอีกหนึ่งก้าว แต่ก็ไม่อาจยกดาบขึ้นได้
ท่าทางท้าทายความตายของกิลเลียนกลับทำให้อัศวินหวั่นไหว
กิสเลนยิ้มและส่งสัญญาณให้อัศวินถอยหลังกลับมา
“ไม่เอาน่า นี่เราเพิ่งพบกันครั้งแรกเองนะ
กิลเลียน ข้ายังยืนยัน ข้าช่วยเจ้าได้จริงๆนะ”
กิลเลียนจ้องกิสเลนด้วยดวงตาไร้แวว ท่ามกลางรอยยิ้มสดใสของชายหนุ่มที่ดูจะมั่นใจอย่างเหลือเชื่อ
‘ขุนนางคนนี้แปลกดี’
หลังจากลังเลเล็กน้อย กิลเลียนก็ถอนหายใจ
“…เข้ามาสิ”
กิลเลียนเดินนำพวกเขาเข้าไปในบ้านทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไป กลิ่นเหม็นอับก็ลอยมาต้อนรับจนทุกคนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นปิดจมูก
เบลินดาเบะปากอย่างไม่พอใจขณะกวาดตามองไปรอบๆ บ้าน
‘โอ้โห นี่มันเละเทะเกินคำบรรยาย’
บ้านเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเนื่องจากขาดการทำความสะอาด มุมที่มืดของบ้านก็มีเชื้อราขึ้นเป็นหย่อมๆ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดกลับเป็นอาวุธมากมายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่ว
‘เขาเป็นช่างตีเหล็กหรือเปล่า?’
จากรูปร่างอันกำยำและอาวุธที่วางระเกะระกะ มันดูสมเหตุสมผล แต่เบลินดาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมกิสเลนถึงยอมลำบากมาหาคนแบบนี้
‘ทำไมเขาถึงไม่ยอมอธิบายอะไรเลยนะ? ข้าต้องมานั่งเดาเองทุกอย่างเลย เฮ้อ’
เบลินดาหน้าบึ้งอย่างหงุดหงิดกับความลึกลับของกิสเลน
“ทางนี้” กิลเลียนพูดขึ้น
พวกเขาเดินตามเข้าไปในห้องนอนเล็กๆ ห้องหนึ่ง