สึกซาบซึ้งที่จีหรานเพิ่งมีนั้นสลายไปเหมือนเมฆถูกลมพัดกระจาย เขามองทิกิด้วยสีหน้าว่างเปล่า
“เอาละ ก็ประมาณนี้แหละนะ ธุระของเรอิเรียบร้อยแล้ว! ได้เวลาธุระของข้าแล้ว เจ้าทำได้ดีจริง ๆ ข้าเดาว่าคนพวกนั้นน่าจะพอใจกับความสามารถของเจ้า บางที พวกเขาอาจจะทดสอบเจ้าอีกครั้งหลังจากนี้ แต่จำเอาไว้นะ เด็กน้อย ทำตามหัวใจของเจ้า และเจ้าจะไปถึงปลายทางด้วยตัวของเจ้าเอง!” ทิกิพูด
“คุณกำลังพูดถึงอะไรน่ะ?” จีหรานถาม
เมื่อคำพูดหลุดออกจากปากเขา ทิกิก็หายตัวไปทันที
เหมือนตอนที่เธอปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า เธอหายตัวไปโดยไม่เหลือร่องรอยไว้
จีหรานมองไปยังจุดที่ทิกิเคยอยู่ สมองขาวโพลน คิดถึงคำพูดของแมวตัวนั้น เขารู้สึกเหมือนตัวเองพลาดอะไรบางอย่างที่สำคัญไป
ก่อนที่เขาจะทันได้วิเคราะห์สิ่งที่ทิกิพูด การแจ้งเตือนก็เริ่มเด้งขึ้นมาในสายตาของเขาอีกครั้ง
[ผู้เล่นจะถูกส่งออกจากดันเจี้ยนภายใน 5 นาที]
[กรุณาเก็บไอเทมที่คุณต้องการเอากลับไปด้วยกับคุณ]
[หมายเหตุ: ไอเทมใด ๆ ที่เกินกว่าน้ำหนักแบกรับสูงสุดจะถูกทิ้งเอาไว้!]
“นี่มันเชี่ยอะไรกันวะเนี่ย?”
การแจ้งเตือนทำให้จีหรานงุนงง และเขาก็เริ่มสบถอยาบคาย
เขารีบคว้าหนังสือสกิลจากร่างของฟรอสทริลและวิ่งตรงไปทางประตูลับที่กระเป๋าสะพายของเขาวางอยู่ก่อนที่จะทันได้มองว่าหนังสือสกิลนั่นคืออะไรด้วยซ้ำ
เขาลากกระเป๋าสะพายของตัวเองออกมาจากประตูลับ จากนั้นก็สะพายกระเป๋าที่ราวกับภูเขาล