“ข้าไม่ได้มาเพื่อที่จะสังหารหรือเชิญชวนเจ้าเข้าสู่ลัทธิหรอก”
คำกล่าวนั้นทำให้ความสงสัยยิ่งทวีความหนาแน่นขึ้นไปอีก
“เพราะเหตุมันทำไมรู้ไหม?”
หวงเยี่ยกลืนน้ำลายอึกใจ ลำคอแห้งผากราวกับถูกไฟแผดเผา
เขาไม่ได้ตอบกลับในทันที เพียงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่เข้าใจ
จูหนานเจียงที่เห็นท่าทางอันเคร่งเครียดนั้นก็ยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทั้งอ่อนโยนและแปลกประหลาดในคราวเดียวกัน
“เพราะข้าชอบเจ้ายังไง..”
คำพูดยังไม่ทันจะจบลง
แรงปะทะก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ร่างของหวงเยี่ยพุ่งทะยานไปข้างหน้าโดยไม่ต้องผ่านการคิดไตร่ตรอง ฝ่าเท้าถูกเหวี่ยงออกอย่างเฉียบขาด กระแทกเข้าใส่ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง
“ปังงงงงงงงง!”
เสียงปะทะดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วทั้งตู้โดยสาร ผนังและโครงสร้างโดยรอบแตกร้าวในทันที ราวกับไม่อาจรองรับแรงกระแทกอันรุนแรงนั้นได้ เศษโลหะและวัสดุแตกกระจายปลิวว่อน เกิดเสียงระเบิดกึกก้องที่กลบเสียงเครื่องยนต์ไปชั่วขณะ
ห้องพักพังทลายกลายเป็นเศษซากในพริบตาเดียว