พวกเขาไม่กล้าออกจากที่ซ่อน ไม่กล้ากระทำความผิดอย่างเปิดเผย เพราะเกรงว่าเงาไม้สีม่วงจะโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินในวินาทีถัดไป
ทว่าในค่ำคืนของวันที่ห้า ก่อนที่หวงเยี่ยจะออกเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเทพอสูร
ตัวของเขาตัดสินใจลงมือครั้งใหญ่ มุ่งหน้าไปยังกลุ่มแก๊งที่มีอิทธิพลในเขตชานเมือง
โกดังขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางพื้นที่รกร้าง แสงไฟสลัวส่องลอดหน้าต่างแตกบิ่น
เสียงหัวเราะหยาบกระด้างและเสียงแก้วกระทบกันดังแว่วออกมา
ภายในคือจุดรวมพลของอาชญากรหลายร้อยชีวิต ผู้คนที่เคยเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อประโยชน์ตนกำลังหลบซ่อนอยู่ภายใต้หลังคาเหล็กผุพัง
ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆเปิดออกโดยไร้เสียงเตือน ลมเย็นจากภายนอกพัดผ่านเข้าไป ทำให้เปลวไฟจากโคมไฟแกว่งไกว
ชายผู้สวมหน้ากากสีแดงก้าวเข้ามาอย่างสงบนิ่ง
บรรยากาศที่เคยอื้ออึงพลันหยุดชะงัก เสียงหัวเราะแห้งหายไปในทันที ดวงตาหลายร้อยคู่เบิกกว้างอย่างฉับพลัน
“ยะ.. ยมทูตพฤกษา?!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้วยความตระหนก
“มันคือไอ้เจ้ายมทูตพฤกษา!”
“พวกเรากระหน่ำยิงมันซะ!”
เสียงตะโกนแทรกซ้อนกันอย่างลนลาน ปืนจำนวนมากถูกยกขึ้นเล็งไปยังร่างโดดเดี่ยวตรงประตู