สำหรับการปฏิเสธอย่างนุ่มนวลของกู้หย่วนเมื่อครู่ ซือหม่าเหยียนไม่ได้รู้สึกแย่อันใด หนำซ้ำยังค่อนข้างพึงพอใจด้วยซ้ำ
แม้เขาจะถูกใจพรสวรรค์ของกู้หย่วนและอยากรับมาเป็นศิษย์จริงๆ ทว่าก็ไม่อยากรับพวกเนรคุณเลี้ยงไม่เชื่องเข้ามา
หากกู้หย่วนตกลงในทันที นั่นก็คือคนเนรคุณ เห็นแก่ผลประโยชน์จนลืมบุญคุณ เขาย่อมต้องมองอีกฝ่ายต่ำลงไปหลายส่วนแน่
จิตใจคนล้วนทำด้วยเนื้อ นานวันเข้า พอคุ้นเคยกับไอ้หนุ่มกู้หย่วนนี่ แล้วค่อยมอบบุญคุณให้ ให้อีกฝ่ายติดค้างน้ำใจเยอะๆ ถึงเวลานั้นเมื่อมีทั้งผลประโยชน์และน้ำใจ ไม่เชื่อหรอกว่าไอ้หนุ่มนี่จะไม่หวั่นไหว!
ต่อให้ถอยออกมาอีกก้าว หากนักพรตเฮ่อหลิงไม่ตกลง และกู้หย่วนก็ไม่ตกลง อย่างมากก็แค่ให้กู้หย่วนกราบอาจารย์สองคนไปเลย
ถึงเวลานั้นนักพรตเฮ่อหลิงถ่ายทอดวิชากระบี่ให้ ส่วนตนก็ถ่ายทอดวิชาหลอมโอสถให้ ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับทุกฝ่าย
คิดเช่นนั้นในใจ ทว่าภายนอกซือหม่าเหยียนย่อมไม่มีทางพูดออกไป
“ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย ในเมื่อเจ้าไม่ยินยอม ก็แล้วแต่เจ้าเถิด”