ัง พอไม่เห็นปลาก็หงุดหงิด
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่ยอมแพ้ วางตาข่ายลงไปในน้ำอีกหน
ไม่ช้า หลังจากได้ยินเสียงบุ๋งดังขึ้นอีกระลอก ต่อจากนั้นก็มีเสียงกระทืบเท้าอย่างโมโหโทโสตามมา
“น่าโมโหจริงๆ ไม่จับแล้ว เจ้าปลานี่มันต้องเป็นคู่แค้นกับข้าแน่เลย”
เซวียเสี่ยวหรั่นโยนตาข่ายทิ้ง เดินกระฟัดกระเฟียดมาหาเหลียนเซวียน
“เหลียนเซวียน ท่านไปจับเถอะ”
เธอไม่ทรมานตัวเองอีกต่อไป ช่วงบ่ายยังต้องเดินทาง ไม่อาจเสียเวลาอยู่ที่นี่
ก้นบึ้งดวงตาของเหลียนเซวียนฉายแววยิ้ม ค่อยๆ ลุกขึ้น เซวียเสี่ยวหรั่นประคองแขนของเขาไปยังสถานที่จับปลา
“อืม… จับแค่สามตัวก็พอนะ จับมากเกินไปก็กินไม่หมด ข้าไปจะก่อไฟก่อน”
เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยสงบใจลง ทั้งสองแบ่งงานกัน ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง
เซวียเสี่ยวหรั่นจุดไฟเสร็จ เหลียนเซวียนก็ได้ปลามาจำนวนหนึ่ง อาเหลยจดจ้องปลาที่กระโดดอยู่ไม่วางตา
ปลาสองตัวเล็ก สองตัวใหญ่ กำลังเหมาะสม ปลาเฉ่าหนึ่งตัว ปลาเหลียนหนึ่งตัว อีกสองตัวเธอไม่รู้จัก
แต่ไม่ว่าจะเป็นปลาอะไร แค่ไม่ใช่ปลาปักเป้าก็พอ เซวียเสี่ยวหรั่นนำปลาออกมาจัดการ ตุ๋นปลาตัวใหญ่ สามตัวที่เหลือก็เอาไปบั้ง โรยเกลือ แล้วเอามาเสียบไม้ย่าง
กลิ่นหอม