เธอ
“หืม? ” เซวียเสี่ยวหรั่นลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย “ฮัดเช้ย” ตามมาด้วยเสียงจามดังกังวาน
โดนไอเย็นเล่นงานเข้าแล้ว เหลียนเซวียนหน้าง้ำ
เซวียเสี่ยวหรั่นขยี้จมูก ลุกขึ้นมานั่ง “ควรออกเดินทางแล้วหรือ?”
เธอเงยหน้ามองฟ้า พระอาทิตย์ยังสูงอยู่ คำนวณไม่ออกว่าตนเองนอนไปนานแค่ไหน
เธอมองเหลียนเซวียนอย่างกังขา ทำไมต้องหน้างอด้วยล่ะ ให้เขาพักผ่อนมากหน่อยไม่ใช่หรือไง
นี่เพิ่งจะวันแรกเอง จะรีบไปถึงไหน เซวียเสี่ยวหรั่นบ่นงึมงำพลางเริ่มเก็บของ
“เอ้า ดื่มน้ำก่อน”
เธอเทน้ำจากหม้อ อุณหภูมิก็ยังร้อนอยู่ เห็นชัดว่าเวลายังผ่านไปไม่นาน เซวียเสี่ยวหรั่นกลอกให้ใส่เขาอย่างอดไม่ได้
เห็นเธอแค่จามหนึ่งครั้ง แต่ไม่มีอาการของคนที่จะเป็นไข้ลมหนาว เหลียนเซวียนค่อยรู้สึกโล่งอก
เซวียเสี่ยวหรั่นร้องเรียกอาเหลยซึ่งเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นมาดื่มน้ำ ก่อนที่ทั้งคณะจะเริ่มเดินทางต่อ
พอห่างจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย อาเหลยเริ่มตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด นอกจากตอนที่แอบย่องไปช่วงพักผ่อน มันก็ตามติดพวกเขาตลอดทาง
ริมแม่น้ำมีทั้งวัชพืช พุ่มไม้รกรุงรังและหินกรวด สลับป่าทึบเป็นระยะ หนทางค่อนข้างลำบาก
โชคดีตอนนี้ยังเป็นเดือนหนึ่ง งูแมลงมดหนูยังค่อน