กับกิ่งไม้แล้วอาศัยแรงเหวี่ยงปีนขึ้นไป
เสือโกรธจัด อ้าปากกว้างกัดกิ่งไม้หักกร๊อบเป็นสองท่อน
อาเหลยใช้มือเกี่ยวกิ่งไม้กระโดดไปอีกต้นอย่างว่องไว
“โฮก” เสือไม่ยอมแพ้ ตามไปอีก
อาเหลยล่อเสือเข้าไปในป่า ไม่ช้าลิงกับเสือก็หายไปไม่เห็นวี่แวว
เซวียเสี่ยวหรั่นยืนบนเนินดิน เหงื่อออกเต็มแผ่นหลัง เมื่อลมหนาวพัดมาก็ตัวสั่นสะท้าน
แต่เธอยังคงจดจ้องไปที่ป่ารกชัฏผืนนั้นไม่กะพริบ
อาเหลยยังไม่กลับ เธอต้องรอ
หนึ่งนาที สองนาที สามนาที…
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกเหมือนเวลายาวนานเป็นปี
หัวใจของเธอเต้นราวกับรัวกลอง สีหน้าซีดเผือด มือที่จับกระป๋องสเปรย์สั่นระริก
เริ่มตำหนิตัวเองในใจ เมื่อครู่นี้เธอควรจะฉวยโอกาสที่เสือหยุดเท้า ใจกล้าหน่อยวิ่งเข้าไปพ่นสเปรย์ใส่มัน
แค่พ่นใส่หน้าเสือ ดวงตาของมันก็จมองไม่เห็น จมูกก็จะไม่ไวเหมือนเดิม เท่ากับกลายเป็นเสือไร้เขี้ยวเล็บ เธอกับอาเหลยก็คงหลบหนีไปได้สบายๆ
แต่พอนึกอีกที ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง เกิดเสืออาละวาดขึ้นมาอาจยิ่งรับมือยากกว่าเดิม
ความคิดฟุ้งซ่านผุดขึ้นมาเต็มสมองของเธอ เซวียเสี่ยวหรั่นจ้องป่าทางนั้นไม่ขยับ รอคอยอาเหลยด้วยหัวใจร้อนรน
หลังจากนั้นสิบนาที ในป่าก็ไร้ความเคลื่