อนไหว
หลังจากนั้นสิบห้านาที ก็ยังคงไม่มีเสียง
เซวียเสี่ยวหรั่นหน้าซีดจ้องเข้าไปในป่าอยู่นาน หลังจากนั้นก็กัดฟันปีนลงมาจากเนินดินย้อนกลับไปทางเดิม
เธอต้องไปหาอาเหลย
จะนิ่งดูดายให้อาเหลยน้อยตกอยู่ในอันตรายไม่ได้
เซวียเสี่ยวหรั่นกุมสเปรย์ในมือ เดินไปทางป่ารกแห่งนั้น
แต่พอก้าวไปได้สองสามก้าว ก็ได้ยินเสียงดังมาจากในป่า
เซวียเสี่ยวหรั่นตั้งสติมองขึ้นไปบนต้นไม้
ทันใดนั้นเงาร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏตัวขึ้น
อาเหลยรูดต้นไม้ลงมาอย่างว่องไว เห็นเซวียเสี่ยวหรั่นยืนอยู่ตรงหน้า มันก็ร้องเจี๊ยกๆ แล้ววิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว
“อาเหลย เจ้าไม่เป็นไรนะ ดีจังเลย”
เซวียเสี่ยวหรั่นกอดอาเหลยด้วยความตื่นเต้นดีใจ ทั้งยังลูบหัวมันไม่หยุด
“วีรบุรุษน้อยของข้า ตัวเล็กนิดเดียว แต่กล้าที่จะยั่วโทสะเสือเพื่อล่อมันออกไป ทำให้พี่สาวซึ้งใจจริงๆ ”
“เจี๊ยกๆ” อาเหลยไม่เข้าใจว่าอะไร มันพาเสือไปยังป่าลึก วนอ้อมรอบใหญ่หนึ่งรอบถึงกลับมา
เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจจนน้ำตาไหล หลังปาดน้ำตาก็เริ่มสำรวจร่างกายของอาเหลย เมื่อไม่พบแผลบาดเจ็บ หินก้อนใหญ่ในหัวใจถึงวางลงมาได้
“อาเหลย แล้วเสือร้ายตัวนั้นล่ะ?” เซวียเสี่ยวหรั่นร้องเสียงโฮกๆ