ุ่นขึ้น
เซวียเสี่ยวหรั่นนอนนิ่งเป็นศพอยู่ราวสิบกว่านาที ก่อนเลื้อยขึ้นมา ยกหม้อตั้งบนเตาหิน โยนกระดูกเลียงผาที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นลงไป เดิมทีคิดว่ากระดูกเลียงผาเหลือน้อยแล้ว ควรประหยัดหน่อย แต่ตอนนี้มีกระดูกหมูป่ากองเป็นภูเขา ย่อมไม่ต้องประหยัดอีกต่อไป
“ฮ่า… ต่อให้หิมะตกก็ไม่ต้องกังวล เนื้อเยอะขนาดนี้ พออยู่ได้หนึ่งเดือนสบายๆ ยังมีปลา เกาลัด ซันเหอเถา ลูกพลับ กล้วยน้ำว้าก็ยังเหลือไม่น้อย อื้อหือ… บ้านเจ้าของที่มีอาหารเหลือเฟือไปจนถึงปีใหม่แล้ว [1] ฮ่าๆ ”
เซวียเสี่ยวหรั่นนับปริมาณเสบียงอาหารที่มีเก็บไว้ด้วยหัวใจเบิกบาน
มีของอยู่แค่นี้ยังมีหน้าเรียกตนเองว่าเป็นเจ้าของที่ เหลียนเซวียนทั้งฉิวทั้งขัน
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่สนใจว่าเขาจะคิดอย่างไร วันเวลาต่อจากนี้ไม่ต้องวิตกเรื่องอาหารการกินชั่วคราว เธอย่อมรู้สึกเบาสบาย
“โอย ต้นขาก็ปวดแขนก็เมื่อย ยังมีปลาอีกกองใหญ่ต้องไปจัดการ” เซวียเสี่ยวหรั่นบ่นงึมงำ “กางเกงก็เลอะ ต้องซัก เนื้อมากมายขนาดนั้นต้องเอามาตากแห้ง ลูกพลับปอกเปลือกแล้วก็ยังไม่ได้ตากเลย มีงานอีกมากมายต้องทำ โชคดีอากาศหนาว ไม่อย่างนั้นปลาตายนานขนาดนี้ก็เหม็นหมดแล้ว ไปจัดการปลาก่อนดีกว่า”