แม้ปากจะพร่ำบ่น แต่พอนึกถึงคลังเสบียง เซวียเสี่ยวหรั่นก็ยังยิ้มโดยไม่รู้ตัว ก้าวขาที่ปวดเมื่อยวิ่งออกไปข้างนอก
งานเยอะจริง เหลียนเซวียนแค่ฟังอย่างเดียวก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้ว แต่นางก็ยังเริงร่า
สองวันต่อจากนั้น เซวียเสี่ยวหรั่นก็ยุ่งอยู่กับการจัดการอาหารแต่ละชนิด
เหลียนเซวียนช่วยต้มเถาเฮ่อแล้วฟั่นเป็นเส้นด้านแล้วเอามาม้วนเป็นปมเล็กๆ
จนกระทั่งจัดการอาหารทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ฝนห่าใหญ่ก็มาอย่างเงียบเชียบ
เซวียเสี่ยวหรั่นใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายช่วงกลางวัน และหลับเป็นตายตอนกลางคืน
จนกระทั่งตื่นขึ้นมาตอนเช้า อ้าปากหาวสองสามครั้ง ถึงรู้สึกว่าอุณหภูมิลดลงอีก
“บ้าฉิบ เมื่อคืนฝนตกหนักขนาดนี้เลยเหรอ”
เซวียเสี่ยวหรั่นเปิดประตูบานเล็ก มองต้นไม้ด้านนอกที่ถูกฝนชะมาตลอดทั้งคืน พลันสึกทึ่มทื่อไปชั่วขณะ
ฝนตกหนักเสียงดังขนาดนั้นก็ยังปลุกให้เธอตื่นไม่ได้ เหลียนเซวียนนับถือเธอเลย
“โอย พอฝนหยุด อากาศก็ยิ่งหนาวน่ะสิ”
เซวียเสี่ยวหรั่นตัวสั่นวิ่งกลับมาข้างกองไฟ เอื้อมมือไปยกเตาร้าวใบนั้นขึ้นตั้งบนเตาหิน
“อาเหลยล่ะ?”
ตื่นมาก็ไม่เห็นมันแล้ว เซวียเสี่ยวหรั่นถามประโยคหนึ่ง
เหลียนเซวียนชี้ไปข้างนอก พอฟ้าสางมันก็แอบ