้นไปหลบบนต้นไม้ เข้าใจไหม”
เซวียเสี่ยวหรั่นชี้ไปบนต้นไม้ที่มันเพิ่งปีนลงมา หลังจากกำชับจนเข้าใจแล้ว ก็แบกหัวเฝิ่นเฮ่อวิ่งกลับไป
เธอต้องเร็วขึ้น เร็วขึ้นอีก
แถวริมธารแห่งนั้นอันตรายมาก พวกเหลียนเซวียนไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นั่นนานเกินไป
เธอวิ่งมาตลอดทาง พอมาถึงทางแยกเหลือบมองปลาตะกร้าใหญ่ที่วางอยู่ตรงนั้น ก็โอดครวญในใจ ของที่ต้องย้ายยังมีอีกเยอะเลย
เธอแทบจะกลั้นใจวิ่งมุ่งตรงกลับถ้ำสุดชีวิต
วิ่งไปมาสองรอบ เอาเถาเฮ่อกับปลาโยนไว้ปากถ้ำ แล้วฉวยตะกร้าเปล่าวิ่งกลับไปหาเหลียนเซวียนอีกรอบ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าขาเริ่มจะลากแล้ว
แต่เธอหยุดไม่ได้ หมูป่าตัวหนึ่ง ไม่เอาเลือดกับหัว ลำพังแค่เนื้อกับกระดูกก็หนักร้อยกว่าชั่งแล้ว เธอหิ้วกลับมารอบละสามสิบชั่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องวิ่งสี่ห้ารอบ สองชั่วโมงก็อาจยังขนไม่หมด
โอ้ว มาย ก็อด…. เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกได้ว่าตะคริวมาเยือนถึงต้นขาแล้ว
เหลียนเซวียนซึ่งนั่งอยู่ได้ยินเสียงกระหืดกระหอบของเธอก็ลืมตาขึ้น
“เหลียนเซวียน ข้าจะประคองท่านขึ้นไปนั่งบนโขดหิน” เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกว่าเธออาจต้องเสียเวลาอีกนาน “นี่เป็นหมูป่าตัวผู้ น่าจะมีหมูตัวเมียกับลูกของมันอยู่