ิ่มมีความแข็งอยู่บ้าง เซวียเสี่ยวหรั่นย้ายหม้อออกไปไกลหน่อยอย่างระมัดระวัง
หม้อใบใหญ่ขนาดนี้ ต้องใช้ฟืนเยอะ
เธอเอาฟืนจุดไฟมาล้อมไว้สองสามวงใหญ่ๆ สว่างโชติช่วงไปทั่วทั้งถ้ำ
“เจี๊ยกๆ” แสงสะท้อนจากกองไฟทำให้อาเหลยตกใจ
เซวียเสี่ยวหรั่นรีบวิ่งไปหามัน พลางลูบขนของมันเป็นการปลอบประโลม “อาเหลย อย่ากลัว ไฟไม่ขยับไปไหน เจ้าดูสิ ไฟยังลุกไหม้อยู่ที่เดิม ไม่ลามมาทางนี้หรอก”
ปลอบประโลมอยู่ครู่หนึ่ง อาเหลยก็สงบลง หลังกินอิ่มมันก็สดชื่นขึ้นมาก มันใช้สองเท้าหน้ากอดแขนของเซวียเสี่ยวหรั่น ดวงตาสุกใสกลอกไปมา
“ฮึ รอขาเจ้าหายดี คงเป็นลิงอยู่ไม่สุขเป็นแน่”
ท่าทางซุกซนของมันทำให้เซวียเสี่ยวหรั่นอดขบขันไม่ได้
ก็เหมือนกับเจ้ามิใช่หรือ เป็นพวกอยู่นิ่งไม่ได้ เหลียนเซวียนพูดต่อในใจอีกประโยค
เซวียเสี่ยวหรั่นอยู่เฉยไม่ได้จริงๆ แม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่หลังพักผ่อนครู่หนึ่ง ก็หยิบเข็มเริ่มถักถุงเท้า
คุณย่าของเธอมักถักถุงเท้าให้คนในครอบครัวเป็นประจำทุกปี เซวียเสี่ยวหรั่นจึงคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี เธอคุยไปถักไป
“หม้อใหญ่ขนาดนั้น ข้าคงไม่มีแรงแบกไปที่แม่น้ำ อย่างไรเสียก็ใช้ต้มเถาเฮ่อ ใช้น้ำเขย่าๆ หน่อยก็พอ”
“แต่คงต