ย่าซุกซนไปขยับกิ่งไม้ล่ะ เข้าใจไหม”
อาเหลยอยู่ไม่ไกลจากกองไฟ มันดูกระฉับกระเฉงขึ้นแล้ว แม้ว่าจะขาหัก แต่ก็ไม่สงบเสงี่ยมนัก บางครั้งก็ถึงขนาดลองเดินดู แต่เพราะรู้สึกเจ็บขาข้างที่หัก เลยต้องจำใจล้มเลิกความพยายาม
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่วางใจ กำชับอีกหนึ่งรอบ
หนังเลียงผาผืนนี้เป็นหนังเพียงผืนเดียวที่อบอุ่นที่สุดของพวกเขา หากตกลงไปในกองไฟเธอคงโมโหจนร้องไห้แน่ๆ
แต่ไม่รู้ว่าต้องรมควันหนังนานเท่าไร เซวียเสี่ยวหรั่นคิดจะวิ่งไปที่เนินดินแดงแห่งนั้น ชุดดินกลับมาทำหม้อดินเผาใบใหญ่
“เหลียนเซวียน ข้าจะไปขุดดินกลับมา ท่านช่วยดูไฟกับอาเหลยหน่อยนะ” เธอกำชับประโยคหนึ่ง ก่อนหิ้วตะกร้าวิ่งออกไป
แม่นาง เจ้ารอฝนหยุดก่อน ค่อยออกไปได้หรือไม่ เหลียนเซวียนนึกอยากเกลี้ยกล่อมยิ่งนัก แต่แม่นางผู้นั้นก็วิ่งหายไปแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นวิ่งพรวดพราดออกไปโดยไม่รู้สึกหนาว จนกระทั่งถึงเนินดิน ใบหน้าเปียกน้ำฝนก็หนาวจนสั่นระริก
“เอาเถอะ ต้องทำงานถึงจะไม่หนาว”
คราวนี้เธอคร้านจะมองว่างูเหลือมตัวนั้นป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้หรือไม่ หน้าฝนที่หนาวขนาดนี้ มีแต่คนฉลาดน้อยอย่างเธอเท่านั้นแหละที่ไม่รู้จักหลบฝนกกตัวให้อบอุ่นอยู่ในที่พั