นรีบยกหม้อมาวางพื้น ใช้ช้อนตักน้ำแกงตักปอดกับตับในนั้นออกมาใส่จานด้านข้าง
สุดท้ายก็ลุกขึ้นยกหม้อวิ่งออกไปนอกถ้ำเพื่อเทน้ำทิ้ง
แล้วค่อยเติมน้ำใส่เข้าไปใหม่ครึ่งหม้อ เทปอดกับตับครึ่งหนึ่งลงไป ใส่ต้นหอมกับขิงป่าเพิ่มลงไปด้วย แม้ว่าขิงป่าจะไม่นับว่าเป็นขิงสำหรับปรุงรส แต่เซวียเสี่ยวหรันคิดว่า ไหนๆ มันก็อุตส่าห์มีคำว่าขิงพ่วงติดมาทั้งที ก็น่าจะสำแดงความเป็นขิงออกมาบ้าง
ปอดตับส่วนที่เหลือ เธอตัดสินใจว่าจะรอให้กางเกงแห้งก่อนค่อยว่ากัน
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกว่าความโล่งโจ้งใต้กระโปรงหญ้าฟาง จะเดินไปไหนก็มีลมพัดเย็นตลอดเวลาเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีนัก
เธอหยิบแพนตี้ไซส์ใหญ่สีชมพูด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆ แล้วเริ่มเอาเข้าไปใกล้กับกองไฟ
“แฮ่ม” เธอกระแอมกระไอคำหนึ่ง คิดอยากจะหาเรื่องคุย เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนยามนี้
ฝ่ายเหลียนเซวียนก็ลุกขึ้นมาถือไม้เท้าเดินออกไปข้างนอก
“เหลียนเซวียน ท่านจะไปตอนนี้หรือ ข้างนอกฟ้ามืดแล้วนะ”
แม้จะรู้ว่าเขานั่งมาตลอดช่วงบ่าย ควรจะไปยืดเส้นยืดสายบ้าง แต่เซวียเสี่ยวหรั่นก็ยังเตือนสติอย่างอดไม่ได้
ฟ้าจะมืดหรือไม่ ไม่เกี่ยวอะไรกับเขามากนัก เหลียนเซวียนสั่นศีรษะ แล้วเดินต