่อไป
ช่างเถอะ บางทีผู้อื่นอาจรีบร้อนไปปลดทุกข์ก็ได้
เซวียเสี่ยวหรั่นยักไหล่ ไม่พูดอะไรอีก
ดีเสียอีก จะได้ผิงแพนตี้น้อยอย่างเปิดเผยได้ เธอเอื้อมมือไปหยิบรองเท้าที่ยังเปียกอยู่มาวางข้างเตาไฟ
“ลิงน้อย พี่สาวจะตั้งชื่อให้เจ้า เอาแต่เรียกลิงน้อย ลิงน้อย มันธรรมดาเกินไป” เซวียเสี่ยวหรั่นผิงกางเกงชั้นในพลางหันมาคุยกับลิงน้อย
“อืม… ชื่ออะไรดีล่ะ เรียกว่าต้าเซิ่ง [1] เหมือนกับบรรพบุรุษของเจ้าดีไหม”
“เอ… ชื่ออะไรดีนะ บนกระหม่อมของเจ้ามีขนสีทองชัดเจนมาก หรือว่าชื่อหวงเหมา [2] ดี?”
“ฮิๆ เรียกหม่าหลิว [3] ดีหรือไม่ ตรงตัวดีนะ”
“ถ้าไม่ได้อีก ก็ชื่อโหวไซ่เหลย [4] ไปเลยเป็นไง ฮ่าๆ ”
เหลียนเซวียนที่เพิ่งเดินไปถึงปากถ้ำชะงักเท้า ‘หวงเหมา? ต้าเซิ่ง? หมาลิว? โหวไซ่เหลย?’
สาวน้อย เจ้าตั้งชื่อให้ประหลาดกว่านี้ได้อีกไหม
เซวียเสี่ยวหรั่นเองยังขำท้องคัดท้องแข็ง
ลิงหน้าทำสีหน้างุนงง ไม่รู้ว่านางหัวเราะอะไร
“โหวไซ่เหลยดูสอดคล้องกับนิสัยของเจ้าดี เพียงแต่พูดแล้วลิ้นพันกัน เรียกยากไปหน่อย ให้ตายสิ” เซวียเสี่ยวหรั่นตัดชื่อนี้ทิ้งอย่างเสียดาย “อืม หวงเหมา ต้าเซิ่ง หม่าหลิว อันไหนคล่องปากกว่ากันนะ”
“หวงเหมาฟังดูคล้ายอันธพ