พันกัน
หากเหลยลี่มาได้ยินเข้า ต้องโมโหจนแทบกระอักเลือดเป็นแน่ มุมปากของเหลียนเซวียนสั่นนิดๆ อย่างห้ามไม่อยู่
“ลิงน้อย ต่อไปเจ้ามีชื่อว่าอาเหลยแล้วนะ รู้หรือไม่ เวลาเรียกอาเหลย เจ้าก็ต้องขานรับด้วยล่ะ” เซวียเสี่ยวหรั่นหันไปยิ้มกล่าวกับลิงน้อย
แต่ความสนใจของลิงน้อยกลับลดลงไป สายตาของมันดูเหมือนว่าจะง่วงนอนแล้ว
“โธ่เอ๊ย ที่แท้อาเหลยของเราก็ง่วงนอนนี่เอง รีบกินข้าวเย็นแล้วค่อยว่ากัน” เซวียเสี่ยวหรั่นลูบกางเกงในมือ แห้งไปแล้วครึ่งหนึ่ง เธอไม่สนใจอะไรมาก สวมเข้าไปทันที
เวลาไม่สวมกางเกงเธอรู้สึกกระดากที่จะเดินไปไหนต่อไหน
หลังจากเสียงกรอบแกรบอีกระลอกสิ้นสุดลง เซวียเสี่ยวหรั่นก็วางกระโปรงหญ้าฟางไว้ด้านข้างอย่างโล่งใจ
ก่อนเอื้อมมือไปเปิดฝาหม้อ โยนชิงฮวาเจียวใส่ลงไปเล็กน้อย แล้วคนด้วยช้อนตักน้ำแกง จากนั้นตักใส่ถ้วยของแต่ละคนให้เต็ม
“เอ้า คนละชาม กินส่วนไหนก็บำรุงส่วนนั้น รอให้เย็นก่อนล่ะ”
เติมสองชามจนเต็มเรียบร้อยแล้ว เซวียเสี่ยวหรั่นก็ยกหม้อลงจากเตา
“เหลียนเซวียน คืนนี้ข้างนอกหนาวมากไหม”
ตอนที่เธอออกไปซักกางเกง ลมหนาวโชยมาจากผิวน้ำ เธอเกือบจามน้ำมูกไหล หนาวตัวแทบแข็ง
เหลียนเซวียนพยักหน้า