ำแกงงูแน่”
พอผ่านการฝึกความแข็งแกร่งทางจิตใจมาช่วงหนึ่ง เซวียเสี่ยวหรั่นก็ไม่กลัวงูเหมือนเช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้กินน้ำแกงงูมาหลายมื้อ
เธอปกป้องกระเป๋าเป้ด้านหน้าอย่างระมัดระวัง แล้วมุ่งหน้าสำรวจต่อไป
พอสายน้ำลัดเลี้ยวไปถึงทุ่งโล่งแห่ง พื้นที่ริมน้ำพลันกว้างขึ้นทันตา อีกทั้งแม่น้ำยังแตกแขนงออกเป็นลำธารเล็กสายหนึ่ง เมื่อเดินไปตามลำธาร ก็เห็นชัดว่าระดับด้านนั้นค่อนข้างตื้นมาก
ดวงตาของเซวียเสี่ยวหรั่นทอประกายระยิบระยับ
“ลำธารตื้นขนาดนี้ เป็นเพราะสวรรค์เห็นพวกเราน่าสงสาร ก็เลยมอบสวัสดิการเล็กน้อยมาให้หรือ?”
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไร น้ำในลำธารก็ยิ่งตื้น สายน้ำก็ไหลเอื่อยลงด้วย เซวียเสี่ยวหรั่นเหมือนจะเห็นปลาตัวอ้วนพีซึ่งแหวกว่ายอยู่ในลำธารกำลังร้องเรียกเธออยู่
“ว้าวๆๆ”
เธอร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนวิ่งไปยังธารน้ำตื้นแห่งนั้น เธอเหยียบไปบนโขดหินข้างลำธาร แล้วย่อตัวนั่งคู้เข่าหรี่ตามองสำรวจลงไป
“มีปลา…”
มีปลาจริงๆ ด้วย ประเมินด้วยตาแล้วยังมีไม่น้อย
“แม่เจ้าโว้ย” เซวียเสี่ยวหรั่นตื่นเต้นเกินพิกัด เกือบหน้าทิ่มลงไปในน้ำ แต่สองมือคว้าโขดหินไว้ทันแล้วรีบขยับตัวถอยมาด้านห