ต่อ แม่นางผู้นี้บ่นได้บ่นดีทุกวัน จนเขาเริ่มชินเสียแล้ว
“มาอยู่ที่นี่เจ็ดแปดวัน ฉันน่าจะผอมไปสักสามสี่กิโลได้แล้วละมั้ง” เซวียเสี่ยวหรั่นดึงขอบกางเกงที่เริ่มหลวม เดิมทีกางเกงเก้าส่วนตัวนี้สวมแล้วแน่น แต่ตอนนี้รู้สึกได้ว่าต้นขาหลวมลงไปไม่น้อย
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดีกว่ากัน
แววตาของเหลียนเซวียนขรึมลง ตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวนี่คือช่วงเวลาที่ตนเองผ่ายผอมที่สุดแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่ได้สังเกตถึงอารมณ์หดหู่ของเขา ยังคงบีบนวดปลีน่องของตนเองต่อไป และถือโอกาสยืดขาเข้าไปใกล้กับกองไฟอีกหน่อย
พอย่างเข้าสู่ยามราตรี อุณหภูมิก็ต่ำลงมาก เท้าคือส่วนที่หนาวง่ายที่สุด พอเท้าเย็น ร่างกายคนก็จะไม่รู้สึกอบอุ่น
แน่นอนว่าเธอไม่กล้าถอดรองเท้า หลายวันมานี้ยามนอนหลับเธอไม่เคยถอดรองเท้าแม้แต่ครั้งเดียว สวมมาหลายวัน วิ่งไปโน่นมานี่ตลอดเวลา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากลิ่นคงจะน่าสะพรึงมาก
“พรุ่งนี้ต้องซักถุงเท้า หากไม่ซักอีก ถุงเท้าก็คงเปลี่ยนเป็นปลาเน่าแล้ว ทั้งเหม็นทั้งแข็ง ถึงรมคนไม่ตายแต่ปาหัวคนแตกได้” เธอพึมพำอีกประโยค
“แค่กๆ” เหลียนเซวียนซึ่งกำลังแทะเกาลัดอยู่สำลักอย่างรุนแรง
“เฮ่อ