เหลียนเซวียน กินช้าๆ หน่อยสิ โตขนาดนี้แล้ว กินเกาลัดแล้วยังสำลักอยู่อีกหรือ” เซวียเสี่ยวหรั่นลุกขึ้นมารินน้ำใส่ถ้วยให้เขา พอเดินมาถึงข้างกายก็เอื้อมมือมาช่วยตบหลังให้ “ดื่มน้ำสักหน่อย”
“แค่กๆ” เหลียนเซวียนไอจนเริ่มปวดแผลเล็กน้อย
ครู่หนึ่งค่อยทุเลาลงแล้ว ถึงหันมาส่ายหน้าให้นาง เซวียเสี่ยวหรั่นเอาถ้วยวางใส่มือเขาก่อนรั้งมือกลับ
เหลียนเซวียนรับน้ำมาดื่มครึ่งถ้วย รู้สึกว่าไม่ช้าก็เร็วตนเองคงต้องอกแตกตายเพราะถ้อยคำที่ไม่เห็นคนตกใจตายไม่เลิกราของนาง
เซวียเสี่ยวหรั่นวางถ้วยลง แล้วถือจานใส่ใบคาวมัจฉาที่ล้างน้ำแล้วกลับไปนั่งข้างกองไฟ
“เหลียนเซวียนบาดแผลบนตัวท่านยังเจ็บอยู่หรือ”
เขาไม่ใช่ตะกรันเหล็กสักหน่อยจะไม่เจ็บได้อย่างไร แต่เขาทนได้ เหลียนเซวียนสั่นศีรษะ
เซวียเสี่ยวหรั่นใช้ตะเกียบคีบใบคาวมัจฉาเข้าปาก ใบคาวมัจฉาที่ไร้กลิ่นไร้รส ไม่อาจนับว่าอร่อย
“ใบคาวมัจฉานี้สามารถลดการอักเสบและแก้ปวด ขับพิษไข้ เหมาะกับคนได้รับบาดเจ็บอย่างพวกท่าน ท่านกินสักหน่อยเถอะ อืม ถึงกลิ่นของมันไม่ค่อยดีเท่าไร แต่พอชินแล้วเดี๋ยวก็ดีเอง ที่ที่ข้าจากมาผักคาวมัจฉาเย็นเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากทีเดียว”
เซวียเสี