ยหันมาวางยาผู้อื่นบ้างรึ เหลียนเซวียนปั้นหน้าต่อไปไม่ไหวจริงๆ
แต่ตะเกียบในมือกลับถูกดันตลอดเวลา เหลียนเซวียนจึงต้องเกร็งหนังศีรษะใช้ตะเกียบคีบด้วยความจำใจ ขณะส่งเข้าปาก แม้แต่หนวดยังสั่นระริก
เซวียเสี่ยวหรั่นฉีกยิ้มกว้าง คีบผักคาวมัจฉาใส่ปากของตัวเองบ้าง เธอรู้ดี ครั้งแรกของคนที่ได้สัมผัสกับมัน จะยังไม่คุ้นชินกับรสชาติของมัน แต่ถ้ากินเยอะขึ้น ก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเอง
เหลียนเซวียนฝืนกินผักคาวมัจฉาจนหมด สายตาเหมือนคนไม่มีใครรักเช่นนั้นทำให้เซวียเสี่ยวหรั่นอดขำไม่ได้
ไม่ช้าเธอก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยรอยยิ้ม
กลางดึก เธอถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงร้องเจี๊ยกๆ ของลิงน้อย
เหลียนเซวียนตื่นนานแล้ว แต่เขารับผิดชอบหน้าที่แค่เติมฟืน ไม่สนใจลิงน้อยตัวนั้น
ลิงน้อยน่าจะตื่นเพราะเจ็บแผล มันร้อง “เจี๊ยกๆ” ไม่หยุด แต่กลับไม่กล้าขยับเขยื้อน คิดว่าพอขยับแล้วก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ
ใบหน้าของมันเจือไปด้วยความทรมาน มุกน้ำตาไหลออกมาเป็นสายทางหางตา
เซวียเสี่ยวหรั่นลุกขึ้นมานั่งข้างลิงน้อย
“เด็กดี ไม่ต้องกลัวเจ็บ อย่าขยับส่งเดช พวกเราจะรักษาแผลของเจ้าให้หาย อีกไม่กี่วันก็ดีขึ้นแล้วล่ะ” เธอเอื้อมมือไปลูบศีรษะของมันอย่างเ