ิ่งไปค้นหาตามทิศทางของเสียงที่ได้ยินทันที
ที่นั่นมีเนินดินเตี้ยๆ แห่งหนึ่ง ต้นไม้ไม่เยอะมาก แต่พงหญ้ากลับมีเหลือเฟือ
เซวียเสี่ยวหรั่นพบเหลียนเซวียนที่ด้านหลังพงหญ้าสูงเท่าครึ่งตัวตน
เขานั่งอยู่ที่พื้น พิงกองหญ้าอย่างสิ้นเรี่ยวแรง ถือไม้ยาวท่อนหนึ่งในมือ เสียงที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เกิดจากที่เขาใช้ไม้ท่อนนั้นเคาะพื้นดิน
“ท่านมาถึงตรงนี้ได้อย่างไร ข้ากังวลใจแทบตาย”
เซวียเสี่ยวหรั่นแหวกพงหญ้า เข้ามานั่งข้างกายเขาด้วยความดีใจ ใบหน้าอัปลักษณ์จนแทบมองตรงๆ ไม่ได้ แต่เธอกลับรู้สึกสนิทใจมากที่ได้เห็นยามนี้
เหลียนเซวียนหันศีรษะมามองอย่างช้าๆ แม้จะเห็นเพียงแค่เงารางๆ แต่น้ำเสียงวิตกกังวลจากใจจริงของนางเขาสัมผัสรับรู้ได้
ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด แต่ยามนี้นางเป็นห่วงเขาด้วยใจจริง
“ท่านหลงทาง หรือว่าเดินไม่ไหว” เซวียเสี่ยวหรั่นประคองไหล่ของชายหนุ่ม คิดจะพยุงเขาขึ้นมา
เหลียนเซวียนกลับสั่นศีรษะเล็กน้อย แล้วชี้นิ้วไปอีกด้านหนึ่ง
เซวียเสี่ยวหรั่นมองตามไป ตรงนั้นมีแต่หญ้ารกสูงๆ ต่ำๆ ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษ
แต่เมื่อเขาชี้ไป ย่อมไม่ใช่การกระทำที่ไร้จุดหมายแน่ๆ
เซวียเสี่ยวหรั่นลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ขอข้ายืมท่อนไม้หน่อยนะ”
เธอห