ยิบไม้มาจากมือของเขา แล้วเริ่มตีหญ้าให้งูตื่น
การกระทำเช่นนี้กลายเป็นความเคยชินติดตัวเธอไปแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่งจนแน่ใจว่าไม่มีงู เธอค่อยแหวกพงหญ้าเข้าไปดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“ไม่เห็นมีอะไรเลย”
เดินไปตามทิศทางที่เหลียนเซวียนชี้บอกได้สิบกว่าเมตร ก็ไม่พบอะไรเลย
เซวียเสี่ยวหรั่นหันมามองเหลียนเซวียนปราดหนึ่ง เขายังคงนั่งหน้านิ่งไร้อารมณ์ความรู้สึก
เอาเถอะ เธอแหวกหญ้าเข้าไปอีกหน่อยก็ได้
“เอ๋? โอ้… สวรรค์”
ในพงหญ้าที่แห้งเฉาไปครึ่งหนึ่ง มีไก่ป่าสีสันสดใสนอนนิ่งไม่ขยับอยู่ตัวหนึ่ง ที่หัวของมันมีมีดสีเงินเล่มเล็กของเธอปักอยู่
“ว้าวๆๆๆๆ”
เซวียเสี่ยวหรั่นรู้สึกเหลือเชื่อ ร้องว้าวไม่หยุด แล้วหิ้วคอไก่ป่าเดินกลับมาหาเหลียนเซวียน มองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย
“เหลียนเซวียน ท่านนี่เก่งกาจสุดยอดไปเลย อะไรจะแม่นยำขนาดนี้ เล็งถูกศีรษะของพวกมันทุกครั้งเลย”
เหลียนเซวียนฟังเสียงนางไม่ขยับเขยื้อน แม้แต่หัวคิ้วยังคร้านจะเลิกขึ้น
ปามีดออกไปแค่นี้ ก็ทำเขาเป็นอัมพาตไปเสียครึ่งวัน เก่งกาจกับผีน่ะสิ
เซวียเสี่ยวหรั่นก็คิดได้ในทำนองเดียวกัน
“อา… ข้านึกออกแล้ว เมื่อวานหลังจากที่ท่านปามีดปักหัวงูก็หมดเรี่ยวแรงอยู่นาน”
ดังนั้นการท