ก็หยิบทิงเจอร์กับกระดาษชำระที่เอามาม้วนเป็นแท่งขึ้นมาทันที “ฆ่าคนแค่ศีรษะตกพื้นก็พอ ทำไมต้องทรมานกันขนาดนี้ ไม่สิ พูดแบบนี้ก็ไม่ได้ ถูกทรมานอย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่ หากสังหารคือจบสิ้นชีวิต ความเคียดแค้นชิงชังจะมีความหมายอะไร ชีวิตคนถึงจะสำคัญที่สุด”
เธอย่อตัวลงคุกเข่าสะกดกลั้นความเจ็บปวด เริ่มจากใส่ยาที่บาดแผลให้เขาอย่างจริงจัง ขณะที่มือเคลื่อนไหว ปากก็พูดมิได้หยุดหย่อน
แม้เหลียนเซวียนจะรับบาดเจ็บและถูกพิษ แต่เธอเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนเลว ตาของเขามองไม่เห็น ปากก็พูดไม่ได้ อุปนิสัยอาจจะอวดดีและเย็นชาอยู่บ้าง ขนาดมีบาดแผลเต็มตัว ก็ยังวางเฉยไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น
คนแบบนี้ไม่น่าจะใช่คนเลว ถึงจะไม่แน่ใจนัก แต่เชื่อสัญชาตญาณของตนเองไว้ก็ไม่เสียหาย
กลิ่นอายเย็นชาน่ากลัวที่ติดตัวเหลียนเซวียนค่อยๆ สลายไปพร้อมกับเสียงบ่นของเธอ
“เหลียนเซวียน ท่านร่อนเร่พเนจรอยู่ในยุทธภพ รสชาติของมันคงไม่ถูกปากเท่าไรหรอกกระมัง ประเดี๋ยวลมหอบมา ประเดี๋ยวคลื่นซัดไป ทุกวันต้องอยู่ภายใต้แสงเงากระบี่ มีคำกล่าวว่าคนท่องยุทธภพ ไหนเลยจะไม่โดนดาบ ท่านก็เลยถูกคนลงมืออย่างอำมหิตใช่หรือไม่”
ขณะที่ฟังนางพูดต่อ มุมปากของเหลียนเ