ู่บ้านก็มีไม่น้อยจริงๆ ผู้ชายส่วนมากแค่หยิบเสื้อพาดบ่าก็ออกจากบ้านกันแล้ว
สถานที่แบบไหนถึงได้มีเรื่องขัดต่อหลักศีลธรรมจรรยาเช่นนี้ ดวงตาที่เห็นไม่ชัดปรายมาที่นางปราดหนึ่ง
“โอ๊ย อย่ามัวแต่คุยอย่างอื่นอยู่เลย ให้ข้าจัดการบาดแผลให้ก่อนเถอะ ท่านช่วยถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกที จะสวมหรือไม่ก็ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก”
เซวียเสี่ยวหรั่นรีบเบี่ยงประเด็น สาบเสื้อแนวเฉียงของเขาเดิมทีก็ไม่ได้ผูกให้ดีอยู่แล้ว เสื้อผ้าหลวมโพรก ข้างในก็ไม่ได้สวมเสื้อตัวอื่น ขยับนิดก็เผยให้เห็นหนังหุ้มกระดูกแล้ว
พูดจบก็ยื่นมือเข้าไปดึงเชือกที่ผูกเป็นปมผีเสื้อออก เสื้อก็คลายออกไป
เหลียนเซวียนตัวแข็งทื่อ เส้นสายที่คางหดเกร็ง
อาภรณ์ตัวยาวลื่นหลุดไปแล้ว เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่มีแต่กระดูก บนนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลน่ากลัว มีรอยเฆี่ยนสั้นบ้างยาวบ้างลายพร้อยเต็มตัว มีทั้งรอยแดง รอยจ้ำสีม่วง ทั้งปูด ทั้งบวม
เห็นแล้วก็น่าตกใจ
เซวียเสี่ยวหรั่นอ้าปากค้าง พูดไม่ออกอยู่เป็นเวลานาน
เหลียนเซวียนไม่ขยับ แต่แววตาเย็นยะเยือกดุจน้ำค้างเหมันต์กลับหลุบลง
“แย่มาก ต้องเป็นคนประเภทไหน จิตใจถึงโหดร้ายเฆี่ยนท่านจนยับขนาดนี้” เซวียเสี่ยวหรั่นได้สติกลับมา