ก่อนปอกเปลือกอย่างคล่องแคล่วแล้วกินเข้าไปคำใหญ่ โดยไม่สนใจว่ามันจะเละไปแล้วส่วนหนึ่ง
“อื้ม… ใช้ได้”
กัดเข้าไปสองสามคำ ในความเปรี้ยวยังมีความหวานเจืออยู่ รสชาติพอใช้ได้ ดีกว่าสาลี่ป่าเมื่อครู่นี้เป็นไหนๆ
เธอปอกกล้วยน้ำว้ากินรวดเดียวเข้าไปสามลูก ค่อยสบายท้องขึ้นมาหน่อย
จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินกลับต่อไป เธอจ้องมองเชิงเขาอันไกลโพ้นอย่างพินิจ ดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันกำลังเจิดจ้า มีแสงสว่างเพียงพอ สายตาของเธอก็ดีขึ้นมาก
เหลียนเซวียนคนนั้นมีบาดแผลติดตัว เดินไกลมากไม่ได้ เธอเองก็ไม่มีแรงแบกเขาไปได้ไกลนัก ดังนั้นจึงต้องหาที่พักละแวกใกล้ๆ
“ตรงนั้นใช่ถ้ำหรือเปล่านะ” เซวียเสี่ยวหรั่นชะโงกศีรษะหรี่ตาพยายามเพ่งมอง
บนเนินเตี้ยๆ มีไม้เลื้อยและวัชพืชประปราย ด้านหลังไม้เลื้อยเหล่านั้นมีถ้ำมืดแห่งหนึ่ง เนินแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากเชิงเขา พื้นที่ด้านหน้ายังนับว่าเป็นทางราบ เดินไม่ลำบากมาก
ดวงตะวันยามเที่ยงสาดส่องลงมาหน้าถ้ำ เห็นสภาพด้านในรางๆ เซวียเสี่ยวหรั่นดวงตาสว่างวาบ ก่อนเดินเข้าไปด้านใน
“เป็นถ้ำจริงๆ ด้วย”
เซวียเสี่ยวหรั่นเดินเข้าไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ภายในถ้ำกว้างราวสามสี่เมตร ความสูงกำลังพอเหมาะ ประมาณสองเมตร ปากถ้ำมีวัชพืช