วียเสี่ยวหรั่นวิ่งไปเชิงเขาเก็บฟืนกลับมากองใหญ่ จนกระทั่งแน่ใจว่าไฟไม่มอดแน่แล้ว ถึงนับว่าปลอดโปร่งโล่งใจได้เสียที
“โชคดีที่มีคุณอยู่ ไม่อย่างนั้นปาไปถึงตอนเย็นฉันก็คงยังก่อไฟไม่ติด
เซวียเสี่ยวหรั่นย้ายหินก้อนใหญ่มาสองสามก้อนมาตั้งเป็นเตาไฟ หลังจากนั้นย้ายไฟมาสุมใต้แท่นหิน แล้วเอาผลเกาลัดมาวางด้านบน ก่อนหย่อนก้นนั่งลงข้างกองไฟ
“จริงสิ ยังไม่รู้เลยว่าคุณชื่ออะไร คุณเขียนชื่อออกมาได้ไหม”
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนใช้นิ้วมือเขียนอักษรสองตัวบนพื้น
เซวียเสี่ยวหรั่นชะโงกมาดู “เหลียน… เซวียน เอ่อ… อ่านออกเสียงว่าเซวียนใช่ไหม XUAN! ”
เหลียนเซวียนพยักหน้า แม้ไม่เข้าใจว่าเสียงประหลาดที่เธอเปล่งออกมาตอนท้ายคืออะไร แต่อ่านออกเสียงถูกต้องแล้ว
เซวียเสี่ยวหรั่นหัวเราะคิกคัก แล้วถามต่อ “แล้วคุณอายุเท่าไรแล้ว ฉันควรเรียกว่าพี่ชายหรือคุณลุงดีล่ะ”
ต้องขออภัย ใบหน้าของเขามีแต่หนวดเครารกรุงรังมิหนำซ้ำยังเป็นแผลฟกช้ำเต็มไปหมด เธอไม่สามารถคาดเดาอายุของเขาได้จริงๆ
เหลียนเซวียนชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสงบนิ่งและเย็นยะเยือกดุจน้ำบ่อลึก ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงเขียนคำตอบบนพื้น
“ยี่สิบเอ็ด งั้นก็ไม่ใช่ลุงน่ะสิ” เซวียเสี่ยวหรั่น