ยวหรั่นออกแรงพยุงเขาขึ้นมานั่งพิงโขดหินด้านข้าง
“ฉันชื่อเซวียเสี่ยวหรั่น ปีนี้อายุสิบ... แปดแล้ว คุณล่ะชื่ออะไร ลอยจากไหนมาถึงนี่”
พอพูดถึงอายุ เธอก็ชะงักไปจังหวะหนึ่ง เพราะเมื่อต้นเดือนหน้าเธอก็จะครบสิบเก้าปีเต็ม เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วันที่จะบอกว่าตนเองอายุสิบแปดปีได้
แต่ชายคนนั้นยังคงไม่พูดเหมือนเดิม ขยับแค่ดวงตาเพียงเล็กน้อย
เซวียเสี่ยวหรั่นมองเขาด้วยความสงสัย ตั้งแต่เมื่อวานที่เก็บเขากลับมาได้ ก็ไม่เห็นเขาพูดสักประโยค หรือว่า…
“นี่คุณ… พูดไม่ได้หรือ” เธอเบิ่งตา ถามออกมาอย่างอดไม่ได้
ตาของเขาต้องมีปัญหา ดวงตาไร้ประกายแบบนั้น ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนปรกติ ถ้าหากพูดไม่ได้อีกอย่าง ไม่เท่ากับทั้งตาบอดและเป็นใบ้เลยหรือ
เซวียเสี่ยวหรั่นไม่อยากเชื่อการคาดคะเนของตัวเอง เดิมทีแค่ตกลงมาในป่าดงดิบร้างผู้คนแบบนี้ก็ว่าอนาถแล้ว ยังเก็บคนพิการทั้งเป็นใบ้และตาบอดมาเพิ่มภาระอีก นี่เป็นอุปสรรคสุดหินในการอยู่รอดของเธอเลยนะเนี่ย
ชายหนุ่มผงกศีรษะน้อยๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น เซวียเสี่ยวหรั่นพลันรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า
สวรรค์หนอสวรรค์ ล้อเล่นกันอย่างนี้ไม่แรงไปหน่อยหรือ
ตอนแรกเธอยังคิดว่ารอให้บาดแผลของช