หากเจาะจงลงมือกับยอดกระบี่ดอกเหมยโดยเฉพาะ…ก็อาจเป็นการหวังผลในการลดทอนกำลังของสำนักโดยตรง
‘ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม…นี่มันเป็นเหตุการณ์ที่ถูกปกปิดไว้แน่นอน’
“แล้วยังไงต่อ?”
ดูเหมือนว่ายองพุงยังมีเรื่องจะพูดต่อ แต่ก็ลังเลอยู่นานก่อนจะค่อยๆ เอ่ยออกมาหลังถอนหายใจหนักๆ
“…ตอนที่พบศพ เลือดในร่างของพวกเขาถูกดูดออกไปจนหมดสิ้นขอรับ”
“…!”
คำพูดของเขาทำเอาข้าตาเบิกโพลง
ศพไม่มีเลือดเลยแม้แต่หยดเดียวงั้นหรือ?
ทั้งหมดเลย?
แค่จินตนาการถึงภาพนั้นก็พอจะรู้ว่ามันสยดสยองแค่ไหนแล้ว
การที่เหล่าศิษย์ของสำนักต้องมาตายอย่างไร้ความปรานีก็ว่าเศร้าแล้ว…แต่สภาพศพยังถูกกระทำถึงเพียงนี้อีก
ไม่แปลกเลยที่บรรยากาศของสำนักจะตกอยู่ในความเศร้าสะเทือนใจ
ถึงกระนั้น ข้าก็ยังอดสงสัยไม่ได้
ไม่ใช่ศพแค่ร่างเดียว…แต่มากกว่าหนึ่ง แล้วยังเลือกเป้าหมายเป็นยอดกระบี่ดอกเหมยโดยเฉพาะ แถมยังดูดเลือดของพวกเขาไปอย่างเป็นระบบ…
‘แบบนี้มันต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่’
“เจ้า…”
“ขอรับ?”
ข้าลองถามยองพุงด้วยความคาดเดาในใจ
“สถานที่ที่พวกเจ้าไปพบศพนั่น…มันอยู่ในเขตที่พวกตำหนักรัตติกาลควบคุมอยู่หรือเปล่า?”
คำถามของข้าทำให้ยองพุงสะอึก ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
“ท่านรู้ได้อย่างไร…ว่าเป็นพวกตำหนักรัตติกาล?”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของยองพุง ข้าก็มั่นใจแล้วว่า มันเป็นฝีมือของพวกตำหนักรัตติกาลจริงๆ