แต่ในตอนนี้ ข้ากลับรู้ดีว่า…ข้าไม่มีสิทธิ์จะหันหลังหนีอีกต่อไปแล้ว
‘ห้ามหนี’
เรื่องที่ข้าต้องลงมือด้วยตนเอง…เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเรื่องแล้วสินะ
“เพราะแบบนั้น เจ้าเลยปรับการฝึกของตัวเองให้หนักขึ้นใช่ไหม?”
ข้าถามพลางเหลือบมองถุงทรายหนักที่ติดอยู่ตามร่างกายของเขา
เมื่อรู้ว่าข้าสังเกตเห็น ยองพุงก็ถอนหายใจแล้วตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“…ข้าเห็นศิษย์อาจารย์อาหญิงผู้เคยแข็งแกร่ง ต้องมาจบชีวิตอย่างน่าเวทนา…ข้านอนไม่หลับเลยขอรับ”
แม้จะเหนื่อยล้า เหงื่อท่วมตัว ยองพุงกลับยังคงยืดเส้นยืดสาย ราวกับยังไม่คิดจะหยุดฝึก
“ที่ผ่านมาข้าเหมือนใช้ชีวิตตามคำสรรเสริญ ว่าข้าเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์…นั่นคงทำให้ข้ามองไม่เห็นสิ่งสำคัญ”
“…”
“ข้า…ประมาทเกินไปจริงๆ หากข้าแข็งแกร่งขึ้นอีกสักนิด บางทีเหตุการณ์แบบนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบสงบแต่แน่วแน่
ข้าได้แต่นิ่งเงียบ มองยองพุงโดยไม่เอ่ยคำใด
เพราะในใจจริง…ข้าคิดว่าความเชื่อแบบนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรจากความดื้อดึงไร้เหตุผล
ในอดีตชาติ วีซอลอาเคยสังหารมารสวรรค์และช่วยกู้โลกจากภัยพิบัติ
…แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่อาจช่วยทุกคนไว้ได้
แม้ยองพุงจะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฮวาซาน แต่เมื่อถึงวันที่ลัทธิมารปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ข้าก็รู้ดีว่า…จำนวนผู้ที่เขาช่วยได้คงน้อยกว่าผู้ที่ต้องสูญเสียไป