ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปเอ่ยสิ่งเหล่านี้กับเขา
เพราะไม่ว่าอย่างไร นั่นก็เป็นเส้นทางที่ข้าไม่เคยเดิน และไม่อาจพูดอะไรในฐานะคนนอก
ถ้าหากตอนนี้ตาแก่ชินอยู่ด้วย เขาจะพูดอะไรเมื่อต้องเห็นยองพุงในสภาพนี้กันนะ…
บางทีเขาอาจจะพูดว่า “แค่ศิษย์รุ่นสาม จะไปแบกรับอะไรนักหนา?”
หรือไม่ก็ชมว่า “เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว”
แต่หากเป็นข้า…ข้ากลับคิดว่าเขาคงไม่พูดอะไรเลย เขาคงทำได้แค่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดไปเงียบๆ เท่านั้น
นั่นคือสิ่งที่ข้าเชื่อ
ยองพุงหันมามองข้าแล้วยิ้มอย่างเขินๆ ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าระบายอะไรออกไปมากเกินไป
…ข้ากำลังทำหน้าแปลกอยู่อีกแล้วรึเปล่านะ?
“ปีนี้ข้าได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยขอรับ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้นอารมณ์ไว้ พร้อมกับบอกว่าจะกลับไปฝึกต่อ
ข้าจึงเอ่ยเพียง “ขอให้ฝึกให้ดี” ไว้เป็นกำลังใจ แล้วหมุนตัวเดินจากมา
เป้าหมายต่อไปของข้าอยู่บน “ยอดเขาเยียนฮวา”
จะให้ข้าปีนเขาสูงขนาดนี้ขึ้นไปถึงยอดเนี่ยนะ? นี่มันใช่เรื่องหรือเปล่า…
‘…บางทีไปกระท่อมเก่าข้างนอกสำนักยังจะง่ายกว่าอีก’
ข้าบ่นพึมพำกับตัวเองพลางก้าวเท้าอย่างต่อเนื่อง
ปลายทางคราวนี้คือเรือนพักของราชินีกระบี่ ที่บาดเจ็บอยู่
จากที่ถามเซียนดอกเหมยมา ท่านบอกว่า “นางไม่ได้พักฟื้นอยู่ที่กระท่อมหลังเดิม…แต่ย้ายไปรักษาตัวที่เรือนที่พักเดิมของนาง”
‘แล้วทำไมที่พักเดิมถึงต้องอยู่สูงขนาดนี้ด้วยเล่า…’