มือที่ไม่เคยไขว่คว้าในอดีต…ตอนนี้กลับอยู่เคียงข้าง อยู่ใกล้เสียจนสามารถเอื้อมไปคว้าได้ทุกเมื่อราวกับเชื้อเชิญให้กอดไว้
แต่…ข้ามีคุณสมควรจะกอดนางไว้หรือไม่?
แม้แต่รอยยิ้มงดงามนั้น หากมารสวรรค์ปรากฏขึ้นเมื่อใด—ก็ต้องสูญเสียไปอีกอยู่ดี
ในเมื่อข้ารู้ดีถึงชะตากรรมเช่นนั้น แล้วเหตุใดจึงยังเอาแต่หลบหนี?
ข้ายังคงถามตัวเอง แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม
การถามซ้ำคือสัญญาณว่าข้ายังกลัว
‘ข้า… ไม่อาจต่อสู้กับมารสวรรค์ได้’
เพราะข้ายังกลัว ยังไม่อยากจะต่อสู้นั่นเอง
‘ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าก็ได้มิใช่หรือ’
ข้ออ้างที่ผุดขึ้นเพียงเพราะข้าอยากจะหยุดพักเสียที ถึงแม้ชาติที่แล้วจะคร่าชีวิตนับไม่ถ้วน และก่อกรรมทำเข็ญไว้มากเพียงใด
แต่ข้าก็ยังคงยึดมั่นกับชีวิตในชาตินี้ เพียงเพราะข้ออ้างเล็กน้อยว่า—มันคือโอกาสที่ได้มาจากความตาย
ข้าเคยปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยก็ขอให้มีความสุขในชีวิตนี้บ้าง
แต่ในทางกลับกัน…ข้าก็รู้ดีว่าคำตอบที่แท้จริงคืออะไร
และนั่นเองที่ทำให้ข้ายิ่งทรมาน
ดังนั้น…ข้าจึงเอาแต่หลบหนีมาตลอด
แม้จะลดเวลาพักผ่อนลงเพื่อมุ่งมั่นฝึกฝน แต่ความจริงแล้ว…ในใจกลับไม่มีเป้าหมายใดเลย
ทุกครั้งที่สถานการณ์เริ่มจะไหลไปตามกระแส หรือจะวกกลับเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้าก็เอาแต่คิดหาทางจะหลบหนี
ข้าพยายามเบี่ยงเบนความคิด
บอกตัวเองว่า…แค่นี้ก็มากพอแล้วมิใช่หรือ? ยังต้องทำอะไรมากไปกว่านี้อีกหรือ?