[แล้วเจ้าพอใจหรือยังล่ะ?]
เสียงไม่คุ้นเคยเอ่ยถามแผ่วเบา
[กับสิ่งที่เจ้าทำไปทั้งหมด…เจ้ายังจะบอกว่าพอใจอยู่อีกหรือ?]
‘…ไม่เลย’
ไม่มีอะไรสักอย่าง ข้าไม่เคยใส่ใจอะไรเลยแม้แต่น้อย
โลกใบนี้ยังคงเหมือนฝันครึ่งหนึ่ง เหมือนวันแรกที่ข้าย้อนกลับมา
ฝันที่พร่าเลือน…แต่น่าแปลกที่กลับชัดเจนเหลือเกิน
ถึงจะรู้สึกเช่นนั้น แต่การกระทำทุกอย่าง… ย่อมต้องรับผิดชอบ
เพื่อหลบหนีจากความเป็นจริงในวันนี้ ข้าต้องเมินหน้าหนีจากเรื่องราวนับร้อยที่รออยู่ข้างหน้า
แล้วในที่สุด… ข้าก็จะต้องชดใช้กับสิ่งที่หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด
หากไม่ต้องการให้วีซอลอาจับกระบี่ล่ะก็ ย่อมต้องมีใครสักคนที่ต้องถือกระบี่นั้นแทน
หากข้าปฏิเสธความรู้สึกที่นัมกุงบีอามีต่อข้า ก็ต้องเป็นฝ่ายปล่อยมือจากนางเสียเอง
ข้ออ้างอย่างเช่นเราเป็นแค่คู่หมั้น หรือไม่มีทางเลือกก็มีอยู่นับไม่ถ้วน
แต่แม้จะรู้แบบนั้น…ข้ากลับยังเลือกที่จะไม่ปล่อย เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวอันน่ารังเกียจ ที่ไม่อยากให้นางไปจากข้านั่นเอง
ทุกสิ่งที่กองพะเนินรอบตัวล้วนคือภาระ ที่ข้าต้องแบกไว้แต่เพียงลำพัง
ไม่มีทางจะหลบหนีและซ่อนตัวตลอดไปได้หรอก
ถ้าเช่นนั้น…
ในเมื่อข้ายังปล่อยไม่ได้ ยังไม่อยากสูญเสียสิ่งใด ก็ถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องตื่นจากความฝันนี้เสียที
“…อา…”
เพดานแปลกตาเบื้องบนปรากฏอยู่ในสายตา
ไม่คุ้น…แต่ก็รู้สึกเหมือนเคยเห็นมาก่อน
“…ในที่สุดเจ้าก็ลืมตาแล้วสินะ”