ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราผมขาวปรากฏเข้ามาแทนภาพในสายตา
หมอเทวดา…
ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาก็เจอหน้าเขาเลยงั้นหรือ…
ข้าพยายามจะลุกขึ้นนั่งทันทีด้วยความตกใจ
“…อ๊ากก!”
แต่กลับต้องร้องลั่นโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างจนแทบทนไม่ไหว เจ็บยิ่งกว่าที่คิด เจ็บจนต้องน้ำตาคลอ
“เจ้าเด็กนี่…ทำไมไม่รู้จักระวังตัวเลยหา?”
“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้นกันแน่…”
เจ็บราวกับมีใครมางับข้าทุกข้อต่อในร่างกายก็ไม่ปาน
ข้านอนกัดฟันแน่น ร่างบิดเร้าเพราะความเจ็บแสบจนแทบทนไม่ไหว และในระหว่างนั้น… ข้าก็ค่อยๆนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหมดสติขึ้นมาได้ทีละน้อย
“ดูเหมือนทุกอย่างจะจัดการเรียบร้อยแล้ว อย่ากังวลให้มากนักเลย”
ดูเหมือนหมอเทวดาจะอ่านสีหน้าของข้าออก เขาจึงเอ่ยออกมาก่อน
แต่ข้ายังจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากหมดสติไป…แล้วยาฮยอลจ็อกล่ะ?
…รวมถึงนัมกุงบีอาด้วย?
“นั่นคือ ผู้หญิงที่อยู่แถวนั้นน่ะ…”
“นางที่อยู่กับเจ้าก่อนหน้านั้นยังสบายดีไม่ต้องกังวลไปหรอก ส่วนเจ้าน่ะนอนพักให้เต็มที่ก่อนเถอะ”
“…เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากขอรับ”
รู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อย ที่นัมกุงบีอาไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง
ทว่าเรื่องของยาฮยอลจ็อก…ข้ายังไม่ได้เอ่ยถามแม้แต่น้อย
แต่ก่อนที่ข้าจะทันได้ปริปากถามอะไรเพิ่ม หมอเทวดาก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน
“ร่างกายเจ้าไม่ได้มีอะไรสาหัสมากนัก หากความเจ็บปวดทุเลาลงเมื่อไร ก็คงลุกเดินได้ในทันที”