“พลังสองสายที่ก่อนหน้านี้ต่างพยายามจะกลืนกินกันเอง ตอนนี้มันกลับเงียบสนิทราวกับหนูตายไปแล้ว”
…พลังของข้า สงบลงแล้วอย่างนั้นหรือ?
ทั้งที่ยังไม่ถึงสิบวันดีด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันที่เขาบอกว่าพลังสองสายอาจปะทะกันจนระเบิดออกได้ทุกเมื่อ…
เมื่อได้ยินคำพูดของหมอเทวดา ข้าก็ตกใจจนเผลอพยายามจะเรียกลมปราณขึ้นมาไหลเวียนตรวจสอบภายในร่าง
ทว่า…หรือเพราะร่างกายยังอ่อนแรงอยู่กันแน่ ตันเถียนของข้าจึงทำได้เพียงสั่นระริก ไม่อาจควบคุมลมปราณได้ตามใจนึก
กลับกัน กลับมีพลังแปลกประหลาดสายหนึ่งไหลผ่านร่างข้าไปแทน
ความรู้สึกเยียบเย็นชวนขนลุกซู่ทำให้ข้าต้องหยุดเรียกลมปราณทันที
‘…พลังมาร?’
ใช่แล้ว ภายในร่างข้าขณะนี้มีพลังมารบางอย่างวนเวียนอยู่
มารพลังที่กระด้าง กระท่อนกระแท่นและไม่มั่นคง ราวกับพลังเดียวกันกับที่เคยไหลเวียนอยู่ในร่างของยาฮยอลจ็อกนั่นเอง…
◇◆
“ท่านมันคนโง่ค่ะ”
เสียงหนึ่งแว่วขึ้นมา
“โง่เง่า…แถมยังทึ่มบื้ออีกต่างหาก!”
“อือ…”
ยามเช้ามาถึงแล้วและข้ากำลังนั่งฟังวีซอลอาต่อว่าไม่หยุดปาก
ทันทีที่นางรู้ว่าข้าฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ทำก็คือรีบเข้ามาต่อว่าทั้งน้ำตา ข้าเลยต้องรีบปลอบนางแทบไม่ทัน
แม้ตอนนี้จะดูเหมือนสงบลงแล้ว แต่ดวงตาของนางก็ยังคงเปียกชื้นด้วยคราบน้ำตา
“ทำไม…ต้องบาดเจ็บตลอดตอนที่ข้าไม่อยู่ด้วย?”
คำถามนั้น ข้ากลับหาคำตอบให้ไม่ได้เลย
พูดก็พูดเถอะ มันก็จริงอย่างที่นางว่า