“เพราะมัวแต่รอเจ้าจนไม่ยอมหลับไม่นอน สุดท้ายพอใกล้ถึงเวลาที่เจ้าจะฟื้น พวกนางถึงได้หลับไปเสียเอง”
“…”
ไม่รู้ทำไม ข้ารู้สึกแปลกๆขึ้นมาในอก มันเหมือนจะอุ่นๆแต่ก็จั๊กจี้ในใจอย่างประหลาด
ข้ามองภาพตรงหน้านั้นอยู่เงียบๆ และในขณะที่กำลังเหม่อมองอยู่นั่นเอง หมอเทวดาก็พูดขึ้น
“ข้าอยากถามเจ้าเรื่องหนึ่ง”
“ขอรับ”
“เจ้าจำได้หรือไม่ว่าครั้งก่อน ข้าเคยกล่าวว่าเจ้ามันก็แค่ศพเดินได้”
“จำได้ขอรับ”
คำพูดที่ทำให้ข้าต้องรีบออกเดินทางไปหาศิลามารในทันที ไม่มีทางจะลืมได้หรอก
แต่สีหน้าของหมอเทวดาในตอนนี้กลับดูแปลกไปเล็กน้อย เหมือนกำลังมีบางอย่างที่คาใจ
“ข้าน่ะ เป็นคนที่ภาคภูมิใจในความเป็นหมอของตัวเองไม่น้อย”
แม้ประโยคนี้จะฟังดูโอหังในหูคนทั่วไป แต่หากพิจารณาจากตำแหน่งของเขาที่ได้รับสมญาว่าหมอเทวดาแล้ว มันก็ถือว่าไม่ผิดอะไรนัก
เขายังคงพูดต่อ
“ข้าใช้ชีวิตเป็นหมอมาตลอดอย่างภาคภูมิใจ…แต่กรณีของเจ้ามันไม่เหมือนใครจริงๆ ”
“…ท่านหมายความว่าอย่างไร? ร่างกายของข้ามีปัญหาอีกแล้วหรือขอรับ?”
อีกแล้วงั้นหรือ?
ร่างกายข้านี่มันเหมือนสนามรบไปแล้วหรือไร? ทำไมถึงมีปัญหาไม่จบสิ้นสักที
‘…หรือเพราะข้าทำตัวเหมือนระเบิดเวลาอยู่เรื่อยๆ กันนะ’
พอคิดแบบนั้น ก็รู้สึกเวียนหัวนิดๆ กับสภาพของตัวเองเหมือนกัน
หมอเทวดาเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“…พลังในร่างเจ้าสงบนิ่งแล้ว”
“ขอรับ?”