แล้วพลังภายในก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นทั่วทั้งร่าง ดูเหมือนว่ามันพยายามจะถอยออกไปเพื่อเว้นระยะ
“เจ้าสวะเอ๊ย…!”
ตู้มมม!
พลังภายในพลุ่งพล่านออกจากร่างของมันรุนแรงจนดันข้ากระเด็นถอยออกมา
แรงปะทะนั้นไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายข้า แต่เป็นเพียงเพื่อเปิดระยะห่างเท่านั้น
ข้าปัดฝุ่นบนตัวเบาๆ ไม่ได้บาดเจ็บอันใด ก่อนจะหันกลับไปจ้องตากับยาฮยอลจ็อกอีกครั้ง
‘…พลังข้าตอนนี้…เหลืออยู่เท่าไรกันแน่’
คำถามนั้นไม่ได้พูดออกไป แต่ข้าหวังว่าตาแก่ชินจะตอบกลับมาทางจิต
…ทว่าไม่มีคำใดตอบกลับ
ข้ารู้ตัวดีว่าตอนนี้ลมปราณภายในเหลือไม่มากแล้ว เพราะฝืนใช้ออกเกินขอบเขตด้วยเคล็ดวิชาอย่างไม่บันยะบันยัง
ยาฮยอลจ็อก ยืดตัวลุกขึ้น
แล้วก็ถ่มเลือดสีคล้ำออกจากปาก
ของที่กลิ้งลงบนพื้น—คือฟันกรามของมันเอง
เมื่อเห็นดังนั้น ใบหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นปีศาจชัดๆ
ทั้งที่เคยสร้างความหวาดกลัวให้กับศัตรูด้วยเพียงแค่บรรยากาศ แต่กลับถูกเด็กเมื่อวานซืนอย่างข้าไล่ต้อนจนเป็นฝ่ายถูกอัด
ทั้งที่มันคือปีศาจทำลายล้าง ยาฮยอลจ็อก เชียวนะ
‘…เรื่องบัดซบเช่นนี้มันอะไรกัน…!’
กร๊อบ…
เสียงขบฟันของมันดังลั่นชัดเจน มันกัดแน่นจนราวกับจะทำลายฟันทั้งปากด้วยตัวเอง
มือของมันกำด้ามดาบแน่นด้วยแรงอาฆาต เวลาของมันกำลังจะหมดลง… แต่มันก็ยังอยากจะสังหารข้าให้ได้ก่อน
ตอนนี้ไม่ว่าจะหมอเทวดาหรือสตรีตระกูลนัมกุง ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วสำหรับมัน