พลังภายในไหลเวียนลงสู่ฝ่าเท้า ยาฮยอลจ็อกถีบพื้นพุ่งเข้าหาข้าอีกครั้งด้วยจังหวะรุนแรงและรวดเร็ว
ข้าตอบรับด้วยการห่อหุ้มร่างด้วยเปลวไฟเช่นเคย
ทันใดนั้น ความเจ็บปวดแล่นวาบขึ้นจากบริเวณตันเถียน
แต่ข้าก็เลือกที่จะเพิกเฉย
จู่ๆ สมองของข้าก็รู้สึกพร่ามัว ราวกับถูกม่านหมอกหนาทึบบดบังความคิดทั้งหมด
ตอนนี้ ข้าทำได้เพียงจดจ่ออยู่กับการทำลายเท่านั้น
ข้าเบี่ยงทางดาบที่พุ่งเข้ามาหมายจะฟันศีรษะ ด้วยเปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้น
และในจังหวะที่ท่าทางของยาฮยอลจ็อกเสียศูนย์ ข้าก็ซัดหมัดตรงเข้าใส่บริเวณลิ้นปี่ของมันอย่างรุนแรง
ดูเหมือนหมัดจะลึกเข้าไปมากจนรู้สึกถึงกระดูกที่แตกร้าว
ยาฮยอลจ็อก กระอักเลือดออกมาในทันที
เมื่อมันพยายามจะใช้มือใหญ่โตคว้าจับข้า ข้าก็ซัดอีกรอบแล้วถอยออกมาทันที
เปลวเพลิงที่หมุนวนรอบตัวข้าราวกับกงล้อ ยิ่งหมุนก็ยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมกันนั้น ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกจากตันเถียนก็มากขึ้นตามไปด้วย
ความเจ็บที่เริ่มต้นจากภายใน แล้วไล่ขึ้นสู่ทั่วทั้งร่าง เป็นความรู้สึกเดียวกับที่ข้าเคยสัมผัสเมื่อครั้งเดินทางมาฮวาซาน
ในตอนนั้น…ข้าแทบหายใจไม่ออกจนถึงขั้นหมดสติไป แต่ตอนนี้ข้ากลับยังสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ
มันต่างกันตรงไหน?
ข้าไม่อาจเข้าใจได้ ทว่า…ก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะนั่นแปลว่าข้ายังสู้ต่อได้
[…เอ่อ…]