กลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมาจากร่างของบุรุษร่างใหญ่ซึ่งนางเคยประมือด้วย
หรือแม้แต่พลังอันปั่นป่วนที่แผ่ออกมา… ต่างบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า
นี่ไม่ใช่ศัตรูที่สามารถรับมือได้โดยลำพัง
ตอนนั้นนางคิดว่า หากไม่รอจนคนจากสำนักฮวาซานมาถึง ก็ต้องร่วมมือกับใครสักคนเข้าโจมตีพร้อมกันเท่านั้น
ตูม! ตูมมม!
เสียงปะทะอันดุดันดังกึกก้องไม่หยุด ดูเหมือนว่าการต่อสู้อย่างรุนแรงยังดำเนินอยู่ไม่ขาดช่วง
แม้ช่วงเวลานั้นอาจดูสั้นสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับนัมกุงบีอา มันกลับยาวนานราวกับผ่านไปเป็นพันปี
นางกัดฟันลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก แล้วค่อยๆ เดินตามเสียงการต่อสู้นั้นไป
“อึก…”
ทันทีที่ไปถึง นางถึงกับต้องยกแขนขึ้นปิดจมูก กลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้กระแทกเข้าใส่จนร่างโงนเงนไปมา
กลิ่นทั้งหมดนี่…มาจากร่างของยาฮยอลจ็อก อย่างนั้นหรือ?
ก่อนหน้านี้มันไม่รุนแรงถึงเพียงนี้
‘…กลิ่นมันแรงเกินไป’
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้กลิ่นที่ทำให้โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ราวกับร่างกายกำลังจะปล่อยทิ้งสติไปในวินาทีนั้น
ผัวะ!
นางกัดฟันฝืนร่างกายจนในที่สุดก็มาถึงที่หมาย ต้นตอของเสียงการปะทะ
“…!”
และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า…ทำให้นางแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมาก่อนหน้านี้ แต่พื้นที่โดยรอบกลับพังพินาศยับเยิน ราวกับมีสัตว์อสูรคลุ้มคลั่งอาละวาด
และตรงศูนย์กลางของความพินาศนั้น…