ไม่อย่างนั้นคอเขาเองก็มีสิทธิ์ถูกเชือดโดยไอ้หมูบ้านั่นได้ทุกเมื่อ
ยาฮยอลจ็อกที่เห็นแบชงทำหน้าเคร่งเครียดก็หัวเราะจนเสียงสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำ
“ไอ้ลูกหมา อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขนาดนั้น ข้าล้อเล่นโว้ย”
พูดพลางหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
แบชงกำหมัดแน่นด้วยแขนข้างที่เหลืออยู่ โดยให้พ้นจากสายตาของยาฮยอลจ็อก
ไอ้สัด…
“แล้วไอ้เรื่องตระกูลกู่นั่นช่างมันก่อนก็ได้ แล้วหมอเทวดาล่ะ?”
“…คือว่า…”
“ที่เขียนอยู่ในรายงานนี่ก็ไม่แน่นอนเลยนี่หว่า บอกว่า ‘คาดว่าน่าจะอยู่ในค่ายกลลวงตา’ แค่นั้นเองไม่ใช่เหรอ แบชง?”
“เราเชื่อว่าเมื่อดูจากข่าวที่ว่าหมอเทวดาเดินทางมาถึงส่านซีแล้ว และเมื่อรวมกับร่องรอยบางอย่าง ก็คิดว่าสำนักฮวาซานน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน”
“แล้วไงต่อ?”
“เมื่อดูจากตำแหน่งสุดท้ายที่สามารถระบุได้ รวมถึงร่องรอยที่เหมือนจงใจลบไป… ทำให้เราคาดว่าเขาน่าจะถูกขังอยู่ใน ‘ค่ายกลลวงตา’ ที่เซียนดอกเหมยเป็นคนวาง”
ข้อมูลที่ได้จากตำหนักหลักคือ หมอเทวดาอยู่ในส่านซีตอนนี้ และให้จับตัวเขาไปขังไว้ในใต้ดิน
พอแบชงวิ่งวุ่นรวบรวมข้อมูลจากทุกทิศทุกทางเข้าด้วยกัน สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า สถานที่ที่หมอเทวดาน่าจะอยู่ได้ มีเพียงค่ายกลลวงตา ตรงที่พวกเขาเคยปะทะกับบุตรชายสายตรงของตระกูลกู่
“แต่ทั้งหมดนั่นมันก็ยังแค่การคาดเดาใช่มั้ยล่ะ แบชง?”
แบชงเงียบ ไม่ตอบคำ