เหล่าศิษย์รุ่นที่สองซึ่งยังไม่ถูกคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ จะต้องเข้าร่วมโดยไม่มีข้อแม้ ขณะที่ศิษย์รุ่นสามนั้นเข้าร่วมได้หากสมัครใจ
ในฐานะศิษย์รุ่นสองของราชินีกระบี่ดอกเหมย กู่หลิงฮวาจึงถือว่าต้องเข้าร่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ด้วยสถานการณ์พิเศษ เหล่าศิษย์รุ่นพี่และผู้อาวุโสบางคนก็ได้เสนอว่า หากนางไม่อยากเข้าร่วม ก็สามารถเว้นได้ หรืออาจเข้าร่วมร่วมกับกลุ่มศิษย์รุ่นสามก็ได้เช่นกัน
แต่กู่หลิงฮวากลับปฏิเสธทั้งหมด เพราะนางไม่ต้องการลดตัวลงไปร่วมกับศิษย์รุ่นล่าง
เพราะเกียรติของผู้อาวุโสผู้เป็นอาจารย์ นางจึงไม่อาจถอยได้แม้แต่ก้าวเดียว
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เสียงกระบี่ไม้ที่ถูกเหวี่ยงอย่างต่อเนื่องดังก้องในลานฝึก กระบี่ไม้อันหนักแน่นที่เคยฝึกจนเอียนตั้งแต่เริ่มเข้าสำนักฮวาซาน
แม้จะยังฝึกเพลงกระบี่ดอกเหมยไม่ได้ เพราะพลังฝีมือยังไม่ถึงขั้น แต่ใช่ว่ากระบี่ของฮวาซานจะมีเพียงเท่านั้น
ใจของนางกำลังร้อนรน
แม้แต่ตนเองยังรู้สึกได้ว่าตอนนี้… ใจร้อนเกินไปแล้ว
แต่ตรงกันข้าม อาจารย์ของนางกลับไม่เคยแสดงอาการเร่งร้อนแม้แต่น้อย
เขาเคยบอกว่า เพราะนางยังเยาว์วัย วันหนึ่งข้างหน้าย่อมมีโอกาสได้เปล่งประกายแน่นอน
แต่ว่า…
หากถึงวันที่ข้าเปล่งประกายได้จริง แต่ข้างกายกลับไม่มีท่านอาจารย์อยู่แล้ว… มันยังจะมีความหมายอยู่อีกหรือ?
กู่หลิงฮวาขบกัดริมฝีปากแน่น
ช่วงเวลาที่ ‘หมอเทวดา’ เคยกล่าวไว้… ก็ใกล้จะถึงเต็มที