จนกว่ากลีบดอกเหมยจะผลิบานออกจากปลายกระบี่ของนาง ก็คงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย
แม้จะรู้อย่างนั้น แต่นางก็อยากให้ท่านอาจารย์ได้เห็นด้วยตาตนเอง
อยากให้เห็นว่า กระบี่ของศิษย์คนนี้ก็สามารถเบ่งบานดั่งดอกเหมยได้เช่นกัน
‘ถ้าอย่างเขา… ถ้าข้าเองมีพรสวรรค์เช่นนั้นบ้างก็คงดี’
เขาเป็นหนึ่งในศิษย์รุ่นสาม ที่อายุน้อยที่สุดในรุ่น
แต่ในขณะเดียวกัน กลับได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน ยอดกระบี่แห่งดอกเหมย และได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักฮวาซาน
เขาผู้นั้นมีฉายาว่า กระบี่มังกร, ยองพุง
หากข้ามีพรสวรรค์เช่นเขา บางทีท่านอาจารย์คงไม่ต้องเป็นห่วงมากขนาดนี้ก็ได้
กู่หลิงฮวารู้ตัวดีว่านางแอบอิจฉาและริษยายองพุงอยู่เงียบๆ
เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าตนไม่มีวันกลายเป็นแบบนั้นได้ นางจึงไม่อาจสลัดความรู้สึกคับข้องใจออกไปได้เลย
หรือเพราะเหตุนี้เอง
วันนี้กระบี่จึงหนักมือกว่าทุกครั้ง
…เฮ้อ
ฝ่ามือที่จับด้ามกระบี่เริ่มปวดหนึบ อาจเพราะเหวี่ยงกระบี่ไม่หยุดมานาน
แม้จะรู้ว่าร่างกายเริ่มประท้วง แต่กู่หลิงฮวาก็ตั้งใจจะฝึกต่อ เพราะท่านอาจารย์ไม่อยู่ในสภาพที่จะสั่งสอนใดๆ ได้อีกแล้วนางจึงต้องเติมเต็มความขาดด้วยตัวเอง
…น่าหงุดหงิดชะมัด
เมื่อใจร้อนเกินควบคุม ทุกอย่างก็พลันพังไปหมด
หรือเพราะภาพที่เห็นในตอนเช้ากันแน่? วันนี้ถึงได้แย่เป็นพิเศษ
ภาพของกู่หยางชอนในอ้อมแขนของหญิงแปลกหน้า