ทว่ากลิ่นเหม็นที่แผ่ซ่านจากคฤหาสน์ตระกูลนัมกุงกลับทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันตามวัยของนาง
นางเริ่มหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้คน คำพูดของพวกเขากลายเป็นสิ่งที่นางรังเกียจ
ความทะเยอทะยาน ความโลภ การชื่นชม และความอิจฉาริษยา ทั้งหมดล้วนถูกผสานเข้ากับกลิ่นเหม็นเหล่านั้น
บางที กลิ่นที่นางสัมผัสอาจมีที่มาจากสิ่งเหล่านี้กระมัง?
แต่กระนั้น นัมกุงบีอาเองก็ไม่อาจแน่ใจได้
บางอย่าง… บางอย่างที่มากกว่านั้นกำลังกัดกินนางอยู่
วันเวลาผ่านไป ใบหน้าของนางค่อย ๆ สูญเสียอารมณ์ความรู้สึกไป
นางจำไม่ได้แล้วว่า”ครั้งสุดท้ายที่หัวเราะ”คือเมื่อไหร่
บางที… มันอาจเป็นวันที่มารดาของนางจากไป
แม้จะปิดจมูก แต่กลิ่นเหม็นนั้นยังคงคืบคลานเข้ามา
นางเริ่มเหนื่อยล้ากับสิ่งนี้
นางเคยคิดว่าหากได้ใช้ชีวิตอย่างสันโดษอยู่กลางขุนเขา อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
แต่… ตระกูลนัมกุงไม่เคยยินยอมให้นางจากไป
ในขณะที่กลิ่นเหม็นของผู้คนทั่วโลกยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น สิ่งเดียวที่ทำให้นางรู้สึกหนักใจกลับเป็นน้องชายของตนเอง
ท่าทีที่เปลี่ยนไปทุกวัน ดวงตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย
และคำพูดของเขา… นางเข้าใจมันยากขึ้นเรื่อย ๆ
ปลายทางของกระบี่ที่นางแสวงหา มันจะนำพาความสงบสุขมาให้นางได้หรือไม่?
และชีวิตที่นางยังคงยืนหยัดต่อไปจนถึงวาระสุดท้าย จะมีสิ่งที่เรียกว่าความสงบรออยู่จริง ๆ หรือ?