“ไอ้โง่เอ๊ย! ข้าส่งพวกเจ้าไปเพราะคิดว่าเจ้าฉลาดสักหน่อย! แต่ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าสูงเกินไปนะ!?”
“อึ๊ก…! ข้าน้อยขออภัย… หัวหน้าสาขา…!”
“ชิ!”
ยาฮยอลจ็อกถ่มน้ำลายลงข้างตัวแบชงอย่างดูแคลน…
“ก็คนมันน้อยอยู่แล้ว ดันมาตายกันเพิ่มอีก… โคตรจะปวดหัว”
ตำหนักรัตติกาลสาขามณฑลส่านซีกำลังขาดคนอย่างหนักอยู่แล้ว
ตอนนี้พวกที่ส่งออกไปหาข้อมูลก็ดันตายไปเกือบหมด—
โดยที่คนที่ฆ่าพวกมันเป็นแค่เด็กหนุ่มที่ไม่มีใครรู้จัก!?
จากที่แบชงรายงานมา ไอ้เด็กนั่นใช้วิชาเพลิงยุทธ์ แต่วิชาเพลิงนั้นไม่ได้ฝึกกันง่ายๆ ต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนัก
“ไอ้เวรนั่นมันมาจากที่ไหนกันแน่?”
ยิ่งกว่านั้น เด็กคนนั้นสามารถระบุตัวตนของพวกเขาว่าเป็นคนของตำหนักรัตติกาลได้ทันที
เรื่องนี้ทำให้ยาฮยอลจ็อกไม่สบายใจ
เขามองแบชงที่ตัวสั่นระริกเพราะความเจ็บปวดและความหวาดกลัว
“แบชง”
“ขอรับ…!”
“อยากรอดไหม?”
“ขอรับ! ข้าขอร้องท่าน โปรดให้ข้าแก้ตัวอีกครั้งเถิด!”
“ข้าตัดแขนซ้ายเจ้าทิ้งไป นั่นก็เพราะข้าปรานีเจ้าแล้ว เข้าใจใช่ไหม?”
สายตาของแบชงเหลือบไปมองแขนของตนเองที่ขาดไป ความโกรธพุ่งพล่านอยู่ในใจ แต่เขาก็ต้องฝืนยิ้มตอบกลับไป
“แน่นอน…! ขอบคุณท่านหัวหน้าสาขาสำหรับความเมตตา!”
“ดีมาก”
ยาฮยอลจ็อกตบหน้าแบชงเบาๆ
ในใจเขาอยากจะตัดหัวของมันแล้วแขวนโชว์นัก แต่ในตอนนี้… เขาไม่มีลูกน้องที่มีสมองดีไปกว่านี้แล้ว