ขณะที่เขาเก็บเอกสารกลับเข้าไปในอกเสื้อ เซียนดอกเหมยก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่
“เด็กน้อย”
น้ำเสียงของเขากลับมาเป็นแบบที่ใช้พูดกับข้าในตอนแรก
“ขอรับ เจ้าสำนัก”
“เรื่องสมบัติล้ำค่าจบแล้ว ทีนี้เรามาพูดถึง สิ่งที่อยู่ในร่างกายของเจ้า กันดีกว่า”
“…”
ในที่สุด… เรื่องนี้ก็มาถึงแล้ว
เมื่อเซียนดอกเหมยเอ่ยเจาะจงถึงเรื่องนั้น เหงื่อเย็นก็เริ่มไหลลงมาตามแผ่นหลังของข้า
แม้จะรู้ดีว่าคงปิดบังไม่ได้ตลอดไป แต่ไม่คิดว่าจะถูกจับได้รวดเร็วเช่นนี้
ข้ามองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก ทว่าฝ่ายนั้นกลับเพียงจิบชาอย่างเงียบ ๆ
กำลังรอให้ข้าพูดเองงั้นหรือ?
ข้าควรทำอย่างไร?
ควรจะแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องดีไหม? หรือควรทำเป็นด้านหน้ายืนยันปฏิเสธไปเสีย?
ขณะที่ข้ายังคงครุ่นคิด เซียนดอกเหมยก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“พลังปราณที่อยู่ในตัวเจ้าถูกต้องเป็นของสำนักเราแน่แท้”
…บัดซบ จะให้ข้าแถออกไปก็คงไม่รอดแล้วสินะ
แม้ว่าตาแก่ชินจะช่วยปิดกั้นพลังปราณที่แผ่ออกไป แต่ดูเหมือนจะไม่มีทางซ่อนจากสายตาของเซียนดอกเหมยได้
“สิ่งที่ข้าสงสัยคือ… เหตุใดมันถึงอยู่ในร่างของเจ้า?”
หากตาแก่ชินอยู่ด้วยก็คงช่วยข้าเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้บ้าง…
แต่ดูเหมือนเซียนดอกเหมยจะทำอะไรบางอย่าง ทำให้เสียงของตาแก่ชินเงียบหายไป
ข้าลองเรียกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ