ราวกับรู้ว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่ เสียงของตาแก่ชินก็ดังขึ้นมาในหัว
[…ก็เพราะพรสวรรค์ของเขามันสูงเกินไปไงล่ะ]
‘…อะไรนะ?’
[หากมีมังกรตัวหนึ่งโผล่มาในบึงที่มีเพียงฝูงปลาคาร์ฟ เจ้าคิดว่ามันจะสามารถกลมกลืนเข้ากับฝูงปลาเหล่านั้นได้ง่ายๆ งั้นหรือ?]
…ข้าเข้าใจความหมายของตาแก่ชิน
ยองพุงเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์เหนือกว่าคนอื่นมาก
หากเทียบกับอายุของเขา เขาน่าจะเป็นศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดของรุ่น แต่กลับสามารถคว้าตำแหน่งกระบี่ดอกเหมย ของสำนักฮวาซานมาได้
สำหรับศิษย์ที่อยู่มาก่อน การที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวข้ามพวกเขาไปแบบนั้น คงเป็นเรื่องที่ทั้งกดดัน น่าหมั่นไส้ หรือกระทั่งน่ารำคาญ
ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มกีดกันเขาออกไปอย่างแนบเนียน
เสียงชิ! ชิ! ของตาแก่ชินดังขึ้นอีกครั้ง
[แต่ถึงอย่างนั้น… การที่ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ แสดงว่าคนที่อยู่เหนือพวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลยสินะ สำนักนี้มันอะไรกัน… สมัยข้านี่ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น!]
‘แล้วทำไมท่านต้องวกกลับมาพูดเรื่องสมัยของท่านอีกล่ะเนี่ย?’
[เอ้อ! ไร้สาระ!]
แม้จะบ่นแบบนั้น แต่ข้าก็สัมผัสได้ถึงความผิดหวังและความเวทนา ในคำพูดของเขา
ข้าหลุบตาลงมองยองพุงเงียบๆ
เขากำลังยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ดู…ฝืนเต็มที
ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าข้ากำลังมองเขาอยู่ จึงรีบเปลี่ยนอารมณ์และพูดขึ้นด้วยเสียงสดใส
“มาทานต่อกันเถอะขอรับ!”